เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือน ที่ตัวแทนพรรคประชาชนเข้าไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ พ.ศ. 2570 แม้เราจะตัดงบได้ 11,000 ล้านบาท แต่ช่วงที่พิจารณาว่าจะเอางบส่วนที่ตัดนี้ไปไว้ที่ไหน ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่า การที่ประเทศจะขับเคลื่อนไปได้ ควรนำงบประมาณไปสนับสนุนกองทุนวิจัย ประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับงานวิจัยให้ประเทศก้าวกระโดด ตอนนี้เราวิ่งไม่ทันเทคโนโลยีแล้ว ส่วนที่เหลือเราสนับสนุนให้นำเงินไปช่วยเหลือในกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เพราะล่าสุดปีนี้ มีเด็กที่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ไม่มีทุนการศึกษา ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำ เงินในกองทุนไม่มีให้น้องๆ กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา

“แต่พรรคประชาชนโหวตแพ้ในห้องงบประมาณ โดยฝั่งรัฐบาลโหวตให้นำงบส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง กองทุนหมู่บ้าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานต่างๆ 9 หน่วยงาน ดังนั้น เราจะเปิดให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงทิศทาง เพราะการจัดสรรงบประมาณ เป็นเครื่องสะท้อนความคิดของรัฐบาลว่า กำลังเดินหน้าประเทศไปทิศทางไหน”

นายณัฐชา ยังกล่าวว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเตรียมความพร้อมไว้อยู่เสมอ เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เราสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เรายื่นอย่างแน่นอน แต่ตนทราบมาจากการประชุมของวิปฝ่ายค้าน ว่าก่อนจะไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ เราอาจจะยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั่วไปก่อน เพื่อนำเสนอให้ประชาชนเห็นว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่ฝ่ายค้านอยากแนะนำ อยากจะท้วงติง เราจะนำเสนอผ่านการอภิปรายครั้งนี้

รัฐบาลบริหารงานมาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับทราบ มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต โกงข้อสอบท้องถิ่น อุทกภัย การบริหารงานที่ผิดทิศผิดทาง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ รวมถึงหลายนโยบายติดขัดไปหมด รัฐบาลขาดการรับฟังเสียงของประชาชน อาจจะฟังเสียงนายทุนมากไป จนทำให้ทุกกระบวนการคิด หรือวิธีการในการตัดสินใจ ขาดสมการสำคัญ คือความต้องการของประชาชนไปด้วย

“การรับมติของประชาชนเข้าไปแก้ไขล้วนแล้วแต่มาจากข่าว มาจากกระแสกดดันทางสังคมทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลยังทำผิดพลาด ถือว่าสอบตกในเรื่องการรับฟังเสียงของประชาชน เราจะเห็นได้ว่าการพิจารณาตัดงบประมาณ จะเห็นความกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะงบประมาณที่ถูกตัด ส่วนมากจะเป็นงบประมาณในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้อาจจะมีคลื่นใต้น้ำ หรือกระทบกระทั่งกันภายใน แล้วก่อให้เกิดอะไรต่อไป ยังไม่สามารถทราบได้ ต้องรอการพิจารณางบประมาณวาระ 2 และ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ก่อนจะได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายณัฐชา กล่าว