เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หน่วยงานดำเนินการโครงการ ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต  เปิดเผยว่า ตามที่ได้มี การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และแชร์ในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต)  ในประเด็นที่สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์โครงการ ข้อ 2.2 จากข้อเท็จจริง “เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย รวมทั้งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด” บิดเบือนข้อมูลเป็น “ต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย” นั้น 

ทางโครงการฯ ขอให้ข้อมูลว่า ประเด็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ ในส่วนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน การประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ แดชบอร์ด โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด

นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ โครงการ  ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต ได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) รวมทั้งไฟล์ภาพ รูป เสียง ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ เอไอ ต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไปเทรน เอไอ โมเดล ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ เอไอ จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานโครงการฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามข้อ 2.2 โดยไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ข้อ 2.2 

“ขอเน้นย้ำว่าวัตถุประสงค์ ข้อดังกล่าว เป็นการ “ส่งเสริม…” ไม่ใช่ “ต้อง…..” ให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ จัดเก็บและประมวลผลในประเทศไทย ดังนั้น ข้อมูลที่โพสต์เหล่านั้น จึงเป็นการบิดเบือนข้อมูลและไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และ ขอยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลในประเทศไทยที่มีการเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งไซเบอร์ซีเคียวริตี้ อย่างเคร่งครัด และขอขอบคุณข้อเสนอแนะ คำแนะนำ การวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ ซึ่งพร้อมนำข้อมูลไปประกอบการดำเนินโครงการนี้ต่อไป”