เมื่อวันที่ 30 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. จับกุม นางสาวอมรรัตน์ หรือ “อลิซ” อายุ 41 ปี ชาวจ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.2237/2568 ลงวันที่ 26 พ.ย.68 ข้อหา เป็นผู้สนับสนุนการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยจับกุมได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ขณะเตรียมตัวเดินทางหลบหนีกลับภาคใต้

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพ.ค.68 เหยื่อรายหนึ่งถูกหลอกซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊กแล้วไม่ได้สินค้า ต่อมาได้มีมิจฉาชีพติดต่อเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือหรือติดตามเงินที่สูญเสียไปคืนมาได้ ทำให้เหยื่อเกิดหลงเชื่อยอมทำตามขั้นตอนที่แนะนำ นอกจากไม่ได้เงินคืนแล้ว ยังถูกคนร้ายใช้อุบายหลอกลวงให้โอนเงินเพิ่มต่อเนื่องถึง 64 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหาย 8,163,191 บาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.อมรรัตน์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้ให้เพื่อนสนิทชื่อ “เจน” ยืมสมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็มและรหัสไปใช้ ก่อนจะขาดการติดต่อกันไปจนกระทั่งมาถูกจับกุม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามตำรวจสอบสวนกลาง เตือนภัยประชาชนที่เคยตกเป็นเหยื่อซื้อสินค้าออนไลน์ อย่าหลงเชื่อบุคคลหรือเพจที่ทักมาอ้างว่าสามารถช่วยตามเงินคืนได้ เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพเข้ามาหลอกซ้ำ หากสงสัยว่าถูกหลอกให้เก็บหลักฐานแชตและสลิปการโอนเงิน แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที