ศึกฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ หรือรอบ 4 ทีมสุดท้าย

4 อรหันต์ที่ผ่านเข้ารอบมาได้ประกอบด้วย 3 ตัวแทนจากกลุ่มโรงเรียนในเครือ “จตุรมิตร” ได้แก่ สวนกุหลาบวิทยาลัย, เทพศิรินทร์, อัสสัมชัญ และหนึ่งเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเครือคือ อัสสัมชัญธนบุรี

รอบตัดเชือก จะเตะกันในวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 ที่สนามศุภชลาศัย คู่แรก เวลา 14.00 น. จตุรมิตร เจอกันเอง ระหว่าง “ลูกแม่รำเพย” เทพศิรินทร์ กับ “อินทรีแดง” อัสสัมชัญ แชมป์เก่า และคู่ที่ 2 เวลา 16.00 น. “ชมพูฟ้า” สวนกุหลาบ พบ “เต็ง 1” อัสสัมชัญธนบุรี

วันนี้เรามาวิเคราะห์แต่ละคู่กัน

คู่แรกระหว่าง เทพศิรินทร์ กับ อัสสัมชัญ (แชมป์เก่า) แม้จะถือเป็นการเจอกันของ 2 ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในประเภท ก แต่รับรองว่าเดือดจัด ยิ่งมีศักดิ์ศรีของ “จตุรมิตร” เป็นเดิมพัน ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มของ “ลูกแม่รำเพย” ชนะ 2 แพ้ 1 ส่วน อัสสัมชัญ ชนะ 2 เสมอ 1 จากนั้นรอบ 8 ทีม เทพศิรินทร์ ขึ้นนำ พิชญบัญฑิต ไปก่อนถึง 2-0 แต่โดนตามตีเสมอท้ายเกม 2-2 ก่อนดวลจุดโทษชนะ คว้าตั๋วรอบ 4 ทีมใบแรก ส่วน อัสสัมชัญ ฟอร์มสุดโหด ถล่ม ราชวินิตบางแก้ว 6-1

ผู้เล่นที่น่าจับตามองของลูกแม่รำเพยมีหลายคน ในเกมรุกให้เล็งไปที่ “เปรซ อเวส เคลลี่ คัวกู้” กองหน้าลูกครึ่งไอเวอรี่โคลสต์, สวรุฏ นาคราช ปีกหน้าหล่อ ที่มีความคล่องตัวสูง ทำให้มิติเกมรุกริมเส้นของเทพศิรินทร์ ถือว่าจัดจ้าน

ขณะที่ตรงกลางมี ชยกร ฤทธิอินทร์ คอยแจกจ่ายบอล และตัดบอล คุมเกม ด้านเกมรับก็ถือว่าไว้ใจได้ เพราะมีจอมแกร่งอย่าง กนกพล เพชรพันธุ์ คอยบัญชาเกมในแผงหลัง

ฝั่งแชมป์เก่า อัสสัมชัญ กับเป้าหมายป้องกันแชมป์ เกมรุกน่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะมีทั้ง “ซัน” ณภัทร จันทร์สง่า และ “เก็ทโด้” วิภูสิทธิ์ ศรีจันทร์ 2 ตัวรุกฟอร์มร้อนแรง ที่ทำกันไปคนละ 2 ประตู ส่วน เกมรับได้ ธนรัตน์ อุดมเชียร กองหลังตัวสำคัญ กลับมาประจำการคู่กับ ธนัตถ์พงษ์ สอาดแก้ว ทำให้เกมรับแน่นปึ้ก

คู่นี้ถือว่าสูสีจัด เพราะแข็งแกร่งทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นเกมรุก-เกมรับ เท่าๆกันหมด อะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่จังหวะของเกมในวันนั้นจริงๆ จึงถือเป็นบอลนักเรียนถูกคู่ น่าดู น่าศึกษาการเล่นของน้องๆจริงๆ แต่ถ้าจะให้ฟันธง คงต้องบอกว่า มีโอกาสจบ 80 นาทีด้วยการเสมอกันแบบมีสกอร์ และต้องตัดสินด้วยจุดโทษ

เกมอีกคู่ “เจ้าสัวน้อย” อัสสัมชัญธนบุรี ที่ทุกโรงเรียน ยกให้เป็นเต็ง 1 พบกัล “สุภาพบุรุษชมพูฟ้า” สวนกุหลาบวิทยาลัย รองแชมป์เก่า

อัสสัมชัญธนบุรี ฟอร์มสุดโหดกระโดดเตะ ชนะมา 4 เกมรวด โดยรอบแบ่งกลุ่มถล่ม เทพศิรินทร์ 4-1 รอบ 8 ไล่ยิง กันทรารมณ์ ไม่ยั้ง 5-1

เจ้าสัวน้อยชุดนี้เจอใครก็ได้ คาดกันอยู่แล้วว่า ต้องเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นขั้นต่ำ เกมรุก 3 หนุ่มชายแดน “ฟาน” ศิริวัตน์ หวาเอียด ดาวยิงประจำทีม, “ภู” ภูริวัชร์ บัวเจริญ จอมเทคนิค และ “เทพอาร์ม” พิชญะ วุฒิชัย ปีกตัวทีเด็ด ที่พร้อมลากเลื้อย และไปกับบอลดังพ่อมด

นอกจากนั้น ตรงกลางยังมีตัวระดับทีมชาติอย่าง “กัปตันบอส” วรวิชญ์ บุญท้าวแก้ว คอยบัญชาเกม และแดนหลังก็มีเซนเตอร์ฮาล์ฟหน้าหยก “อชิ” วีระชัย พุ่มศิริ เป็นตัวหลัก เรียกว่าแข็งแกร่งทุกรูขุมขน

ด้าน สวนกุหลาบ ของ “โค้ชเชี่ยว” ลาภไธสง มาแบบไม่ธรรมดา รอบแรก คว้าแชมป์กลุ่มแบบไม่ยากเย็น เก็บ 9 แต้มเต็ม ด้วยการเอาชนะ ราชวินิตบางแก้ว 2-0 และชนะ กีฬาจังหวัดขอนแก่น กับ สวนป่าเขาชะอางค์ ด้วยสกอร์เดียวกัน 2-1 ส่วนรอบ 8 ทีม ต้องไล่ตามตีเสมอ อบจ.ชัยนาท 2-2 ชนิดเกมพลิกไปพลิกมาตลอด ก่อนที่จะใช้ความนิ่งยิงจุดโทษชนะ 3-1

ชมพูฟ้าชุดนี้มี ทศดล พรมศิริเดช เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ดีกรีทีมชาติยู-17 เป็นแกนหลักในแดนหลังร่วมมกับ ศิวะรักษ์ ธนูศร และ ภาณุพงศ์ เที่ยงโยธา ส่วนแดนกลางมีครบทั้งบู๊-บุ๋น จาก “อั่งเปา” ศักดิ์สิทธิ์ โฉมศรี และ “แน็ก” พิริยกร พรของอินทร์

และทีเด็ดคือเกมรุกที่อันตรายยกแผง โดยมี สุรชัย เซมา ทำเกมริมเส้น ขณะที่ “เปาเล็ก” ธนโชค อ่อนนางาม กับ อนุเดชณ์ ดีน้อย แข้งจิ๋วแต่แจ๋ว เป็นตัวทีเด็ด ที่ต่างทำได้ทั้งยิง ทั้งจ่าย แถมเล่นร่วมกันได้ดี

คู่นี้เทียบแล้ว อัสสัมชัญธนบุรี ยังดูเป็นต่อ จากชื่อชั้นนักเตะ รวมถึงรูปร่าง และทีมเวิร์ค แต่ สวนกุหลาบ ชุดนี้ ก็ทีมเวิร์คดี ระบบทีมปึ้ก เล่นร่วมกันดีขึ้นเรื่อยๆ แถมสปิริตในทีมก็กำลังสุดยอด

ดังนั้น นี่จึงน่าจะเป็นอีกเกมที่สนุก และอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ในจังหวะเกม แต่ถ้าถามว่าใครจะชนะ อัสสัมธนฯ ยังเหลื่อมกว่าเล็กๆจากแดนหน้าที่จบสกอร์ได้คมกว่า

บอกคำเดียวว่าสนุกแน่นอน ห้ามพลาดทั้ง 2 คู่ครับ