สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ เผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น หลังนายคิม ยง-บอม หัวหน้าคณะที่ปรึกษานโยบายประธานาธิบดีด้านเศรษฐกิจ ลาออกจากตำแหน่ง
ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีลงนามรับรองหนังสือลาออกของคิม เพียงไม่กี่วันหลังประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยมีการปรับเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐมนตรีในกระทรวงหลักหลายกระทรวง รวมถึงกระทรวงการคลัง และกระทรวงเศรษฐกิจ
ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของเกาหลีใต้ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และปัญหาราคาที่อยู่อาศัยซึ่งยังอยู่ในระดับสูง และรัฐบาลเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ว่ารับมือกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นได้ไม่เพียงพอ แม้จะใช้มาตรการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเพื่อสกัดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์
Presidential chief of staff for policy Kim Yong-beom resigned Tuesday, about 15 months after becoming the Lee Jae Myung administration’s first policy chief.https://t.co/Xi6My2BJRH
— The Korea JoongAng Daily (@JoongAngDaily) September 1, 2026
ขณะที่คิมออกแบบนโยบายการคลังแบบขยายตัว การฟื้นฟูตลาดการเงิน และมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านที่อยู่อาศัย แต่ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากมองว่า มาตรการดังกล่าวกลับทำให้การเข้าถึงสินเชื่อและการมีบ้านเป็นของตนเองยากขึ้น และความไม่แน่นอนด้านนโยบายยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชน
ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวเกาหลีใต้ โดยเรียลมิเตอร์ เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า คะแนนนิยมของอีลดลง 1.3% เหลือ 38.9% ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ลดลงสู่ระดับ 30% นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์มองว่า การปรับเปลี่ยนบุคลากรอาจไม่เพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา หากรัฐบาลยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงแนวทางแก้ปัญหาค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ แม้สถานการณ์การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่ความเสี่ยงในทันที แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหยุดแนวโน้มคะแนนนิยมที่ลดลง และฟื้นความไว้วางใจจากชาวเกาหลีใต้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



