สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า กระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงการส่งออกด้านการป้องกันประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลกับกรีซ และเป็นหนึ่งในข้อตกลงฉบับใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

พล.ต.อามีร์ บารัม อธิบดีกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า ข้อตกลงที่มีชื่อว่า “อคิลลีส ชิลด์” (Achilles Shield) สะท้อนให้เห็นถึงความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของอิสราเอล และผลงานที่พิสูจน์แล้วของระบบการป้องกันประเทศในภาคสนามของอิสราเอล

ภายใต้ข้อตกลงข้างต้น อิสราเอลจะจัดหาระบบ “เดวิดส์ สลิง” (David’s Sling) และ “สไปเดอร์” (SPYDER) ที่ผลิตโดยบริษัท ราฟาเอล แอดวานซ์ ดีเฟนส์ ซิสเต็มส์ และระบบบารัก เอ็มเอ็กซ์ (BARAK MX) ที่ผลิตโดยบริษัท อุตสาหกรรมการบินและอวกาศอิสราเอล (ไอเอไอ) รวมถึงเรดาร์เอ็มเอ็มอาร์สำหรับปฏิบัติหลายภารกิจเพื่อการตรวจการณ์ทางอากาศ ซึ่งผลิตโดยบริษัท เอลตา ซิสเต็มส์ ในเครือของไอเอไอ

อนึ่ง กรีซใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศเกือบ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และรัฐบาลเอเธนส์วางแผนที่จะใช้จ่ายประมาณ 28,000 ล้านยูโร (ราว 1.08 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2579 เพื่อสร้างระบบอคิลลีส ชิลด์ ตลอดจนซื้อเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 มากถึง 40 ลำจากสหรัฐ และเรือฟริเกตจากฝรั่งเศสและอิตาลี

นอกจากนี้ อิสราเอลจะขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศกับกรีซ รวมถึงการถ่ายโอนเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญให้กับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS