สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า นายจอห์น ฮีลีย์ รมว.การคลังสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหราชอาณาจักรเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และทำให้ผู้ช่วยเหลือสงครามที่ผิดกฎหมายของเขาไม่มีที่หลบซ่อน
“สหราชอาณาจักรและพันธมิตรของเรา ต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเปิดโปงการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และขัดขวางเครือข่ายการเงินที่สนับสนุนความก้าวร้าวของรัสเซีย” ฮีลีย์ กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง ฮีลีย์เพิ่มค่าปรับสูงสุดที่สำนักงานดำเนินการคว่ำบาตรทางการเงิน (โอเอฟเอสไอ) สามารถเรียกเก็บได้เป็นสองเท่า จาก 50% เป็น 100% ของมูลค่าการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร
นอกจากนี้ สำนักงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (เอ็นซีเอ) ยังออกประกาศเตือนทั่วประเทศ โดยมุ่งเป้าไปยังเครือข่าย “เอ7” (A7) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบเครมลิน ซึ่งรัฐบาลลอนดอนระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวถูกใช้เพื่อโอนเงิน จัดหาเงินทุนสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง และใช้ประโยชน์จากระบบธนาคารต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
ด้านกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักรระบุว่า การแจ้งเตือนข้างต้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนในการปราบปรามการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และทำให้แน่ใจว่ารัสเซียจะจ่ายค่าปรับทั้งหมดของการคว่ำบาตร
เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรกำหนดเป้าหมายแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล ธนาคาร และเครือข่ายทางการเงินที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย ซึ่งถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดยรัฐบาลลอนดอนทำการอายัดทรัพย์สิน และห้ามไม่ให้บริษัทในสหราชอาณาจักร ดำเนินการชำระเงินและทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



