สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ลงมติเห็นชอบกับการขยายการใช้จ่ายงบประมาณปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 11 ธ.ค. 2569 ด้วยคะแนนเสียง 370 ต่อ 48 เสียง ส่วนวุฒิสภาสหรัฐอนุมัติมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา

กฎหมายงบประมาณฉบับนี้จะช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐ สามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังวันที่ 1 ต.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดสำหรับงบประมาณปัจจุบัน และเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

มาตรการชั่วคราวนี้มีความจำเป็น เนื่องจากขณะนี้สภาคองเกรสยังไม่สามารถจัดทำร่างกฎหมายงบประมาณ 12 ฉบับให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นงบประมาณสำหรับโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลวอชิงตัน ตลอดปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2570 โดยโครงการเหล่านั้นครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง ไปจนถึงพลังงาน ที่อยู่อาศัย และการป้องกันประเทศ

นับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง สภาคองเกรสก็เต็มไปด้วยการโต้เถียงอย่างดุเดือดระหว่างพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครต เกี่ยวกับเงินอุดหนุนประกันสุขภาพ และการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ส่งผลให้เกิดภาวะชัตดาวน์บางส่วนถึง 3 ครั้ง ระยะเวลารวม 161 วัน ซึ่งถือว่านานที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทว่าในครั้งนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครต ต่างไม่ต้องการให้เกิดภาวะชัตดาวน์ครั้งที่ 4 ในขณะที่พวกเขาเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. เนื่องจากการปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลซ้ำอีกครั้ง อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนที่ไม่พอใจกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น สงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน และภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รู้สึกโกรธเคืองมากขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS