เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน ริยาดแอร์ (Riyadh Air) เส้นทางบิน ริยาด-กรุงเทพฯ ณ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ซึ่งการเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงระหว่างกรุงริยาด และกรุงเทพฯ นับเป็นหมุดหมาย และก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการคมนาคมทางอากาศระหว่างประเทศไทย และภูมิภาคตะวันออกกลาง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ในการขับเคลื่อนซาอุดีอาระเบีย สู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวระดับโลก

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า เส้นทางนี้ยังช่วยเปิดประตูต้อนรับผู้โดยสารจากซาอุดีอาระเบีย และประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับให้มาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการบริการที่อบอุ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การเชื่อมต่อเที่ยวบินตรงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การเดินทางของประชาชนทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ทั้งในด้านการค้าอุตสาหกรรม การแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน ความร่วมมือกับสายการบินในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างสองเมืองหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นการหลอมรวมความสัมพันธ์ ยกระดับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้มิตรภาพระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย เติบโตอย่างแน่นแฟ้น มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงริยาด-กรุงเทพฯ มีการทำการบินเข้าประเทศไทย 2 สายการบิน ได้แก่ 1. Saudi Arabian Airline ให้บริการ 17 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ แบ่งเป็น เจดดาห์-กรุงเทพฯ 3-7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, ริยาด-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เจดดาห์-ภูเก็ต 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และริยาด-ภูเก็ต 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 2. Riyadh Air ให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่าง ริยาด-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า การเปิดให้บริการของ Riyadh Air จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และเพิ่มความถี่เที่ยวบินระหว่างซาอุดีอาระเบีย และประเทศไทย รวมทั้งสนับสนุนการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยว และการเดินทางเพื่อธุรกิจระหว่างสองประเทศ รวมทั้งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ ซึ่งมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อน การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ



