Earthology Studio แบรนด์สิ่งทอหมุนเวียนชั้นนำ ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ‘The Purposeful Catalyst’ บนเวที Techsauce Global Summit 2026 เดินหน้าเปลี่ยนแนวคิด ESG จากแค่ภาพลักษณ์ CSR ให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่โตได้จริง ชูนวัตกรรม AI แพลตฟอร์ม ‘trACE’ ช่วยคอร์ปอเรตจัดการขยะสิ่งทอแบบครบวงจร พร้อมอาศัยความแข็งแกร่งจากบริษัทแม่ ‘ไทยแทฟฟิต้า’ ดันต้นทุนถูกกว่าตลาด 25% กางแผนปีหน้าบุกตลาด B2C เต็มสูบ เล็งยึดทำเลฮิป ‘ทรงวาด’ เปิดแฟล็กชิปสโตร์ ก่อนโกอินเตอร์ตั้ง Pop-up Store นครนิวยอร์ก ดันยอดขายพุ่งแตะ 500 ล้านบาท ภายในปี 2571
นางกฤติกา ชัยวิไล ผู้ก่อตั้ง Earthology Studio และรองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด เปิดเผยว่า Earthology Studio วางจุดยืนเป็น “แบรนด์” สิ่งทอหมุนเวียน โดยมีความแข็งแกร่งจากการสนับสนุนของบริษัทแม่คือ บริษัท ไทยแทฟฟิต้า จำกัด โรงงานสิ่งทอครบวงจรในจังหวัดระยองที่มียาวนานกว่า 34 ปี และเป็นผู้ผลิต OEM ให้แบรนด์เอาต์ดอร์ระดับโลกอย่าง The North Face และ JanSport

แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยจะเผชิญความท้าทายจากการย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม แต่บริษัทแม่ได้แก้เกมด้วยการร่วมทุน 10-20% ตั้งฐานการผลิตในเซี่ยเหมิน ประเทศจีน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าไทย 10-20% เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ขณะที่พันธมิตรจีนยังร่วมถือหุ้นใน Earthology Studio อีก 25% เพื่อผสานเทคโนโลยี พัฒนาสินค้า ส่งผลให้แบรนด์สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำราคาสินค้ารีไซเคิลได้ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึง 25% ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก
นางกฤติกา กล่าวต่อว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) เป็นหลัก คิดเป็น 80% ของรายได้ มีลูกค้าระดับคอร์ปอเรตชั้นนำกว่า 40 ราย อาทิ SCG Chemicals (SCGC), Frasers Property และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อช่วยแก้โจทย์องค์กรที่อยากทำ ESG แต่ขาดเครื่องมือประเมินขยะ แบรนด์จึงเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ ‘trACE’ ที่มีไฮไลต์คือโมดูล WAM (Waste Audit Management) นำ AI มาวิเคราะห์และจับคู่ขยะสิ่งทอขององค์กร เพื่อนำไปอัปไซเคิลเป็นเสื้อยูนิฟอร์ม กระเป๋า หรือของขวัญพรีเมียมได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) 5 ขั้นตอน ได้แก่ Sourced, Matched, Regenerated, Made และ Verified เพื่อคำนวณตัวเลขการลดขยะ การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการกระจายรายได้สู่ชุมชนออกมาเป็นรายงาน ESG ที่ตรวจสอบได้จริงตามมาตรฐานสากล ทั้ง GRS, OEKO-TEX และ Bluesign ซึ่งรับรองความปลอดภัยไร้สารตกค้าง แม้กระทั่งเด็กเล็กก็ใช้งานได้

ที่น่าสนใจคือความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมผ้าย้อมไฮบริด ‘ReNylon x ReSilk’ ชิ้นแรกของโลก ร่วมกับ SCGC Nets Up และแบรนด์หรูระดับตำนานอย่าง Jim Thompson โดยนำขยะอวนประมงมาแปรรูปเป็นเส้นใยสังเคราะห์ผสมไหม เพิ่มมูลค่าให้ขยะได้อย่างมหาศาล พร้อมทั้งดึงภูมิปัญญาชุมชนมาสร้างรายได้ เช่น กลุ่มป้าจุก จันทบุรี ที่นำเส้นใยจากขยะอวนมาสานกระเป๋า และชุมชนขอนแก่นที่พัฒนากระบวนการย้อมสีธรรมชาติจากดินแดง
สำหรับแผนการดำเนินงานในปีหน้า Earthology Studio เตรียมบุกตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) อย่างเต็มตัว ตั้งเป้าดันรายได้จาก 25-30 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ ขึ้นสู่งาน 100 ล้านบาทในปีหน้า ผ่านการเปิด Flagship Store 1-2 สาขา ในทำเลเชิงวัฒนธรรมอย่าง “ย่านทรงวาด” พร้อมส่งสินค้าลงสนามกว่า 50 SKU ทั้งยูนิฟอร์ม สินค้าไลฟ์สไตล์ และของขวัญองค์กร
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีหน้า แบรนด์เตรียมนำเข้า “เครื่องสับผ้า” เพื่อรับยูนิฟอร์มใช้แล้วจากองค์กรกลับมาหมุนเวียนแปรรูปเป็นเส้นใยใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดระบบ Closed-loop Circular System ที่สมบูรณ์แบบเป็นรายแรกๆ ในไทย ส่วนเป้าหมายระยะยาว วางโรดแมปนำแบรนด์โกอินเตอร์ ด้วยการเปิด Pop-up Store ในย่านสำคัญของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ช่วงต้นปี 2571 เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคสายกรีนระดับโลก โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 500 ล้านบาท ภายในปี 2571



