เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสุสานชาวยิว ว่า ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีการออกหนังสือให้ย้ายสุสานออกจากพื้นที่แล้ว จะมีการย้ายออก 3 จาก 4 ร่าง ส่วนอีก 1 ร่าง ขอเวลาในการพิสูจน์ว่ามาในระยะเวลาที่มีใบอนุญาตหรือไม่ ถ้าเป็นหลังจากปี 66 ก็ต้องย้ายร่างออกไปด้วย อย่างไรก็ตามที่แห่งนั้นคงไม่ใช่สุสานอีกต่อไป ซึ่งระยะห่างของแหล่งน้ำและถนนผิดข้อบังคับชัดเจน
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนสุสานในพื้นที่ถนนเจริญกรุง กทม. มีชาวอิสราเอลที่ถูกนำไปฝังอยู่ 49 หลุม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อีกสุสานหนึ่ง ที่ใช้กำแพงกั้นเฉพาะของชาวยิว จึงให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปตรวจสอบข้อมูลว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งการใช้กำแพงกั้นจะแบ่งพื้นที่สุสานเป็น 2 แปลง แปลงหนึ่งมีใบอนุญาต อีกแปลงอาจจะไม่มีก็ได้ กำลังให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้ให้ตรวจสอบสุสานทั่วประเทศ จากรายงานที่ได้รับ พบว่าสุสานและที่ฌาปนกิจศพทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 1,200 แห่ง อยู่ระหว่างการขอรายละเอียดแต่ละที่ว่าหมดอายุหรือไม่ และใครเป็นผู้ขอ พร้อมแยกว่าเป็นของศาสนาใดบ้าง ขณะเดียวกันในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าของสุสานว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า กรณีชาวต่างชาติมาทำสุสาน ซึ่งบริษัท กาน ชาบาด มีผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คน เป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ รวมถึงชาบาดที่ภูเก็ตด้วย ซึ่งตนและรมว.ยุติธรรม มีการขยายเครือข่าย ตรวจสอบชาวอิสราเอลที่คาดว่าอาจเป็นนอมินี หรือทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่น่าสงสัย คือที่ จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงแปลงที่มีการสร้างชาบาดที่สุขุมวิท กทม. ด้วย ยืนยันว่า จุดไหนที่ผิดกฎหมายจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า กรณีของสัญชาติ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกกังวล หากมีสัญชาติไทย กฎหมายไทยครอบคลุมอยู่แล้ว ทั้งการยึดทรัพย์และการดำเนินคดี หากเลวร้ายมาก ในข้อกฎหมายที่เขากระทำความผิดใด เราสามารถถอนสัญชาติ และเนรเทศได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ขอทำโครงข่ายธุรกิจนี้ให้สมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมหารือกันถึงวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ และนอมินี หลังจากนั้นจะรายงานต่อนายกฯ
เมื่อถามถึง กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร ประกาศทวงคืนแผ่นดินไทยจากชาวยิว นายพลพีร์ กล่าวว่า เห็นว่ามีการขับเคลื่อนทางการเมืองเรื่องนี้อยู่ แต่เมื่อฟังเนื้อหาแล้วก็มีการเมืองในส่วนอื่นด้วย ตนขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าไม่ต้องกังวลใจเพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทย และนายกฯ ให้ความจริงจังในเรื่องนี้มาก และพิสูจน์อยู่แล้วในทุกภารกิจที่เราได้ดำเนินการ แต่ย้ำว่า เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาติใดชาติหนึ่ง แต่ได้ตรวจสอบทั้งหมด เช่น ที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตนลงพื้นที่ไปพร้อมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนก็มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 12 ชาติ ไม่ใช่แค่ชาติใดชาติหนึ่ง โดยหลังจากนี้ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับใบอนุญาตสถานประกอบการ ผับที่ผิดกฎหมาย มีการขายยาเสพติด หรือเปิดให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้บริการ ซึ่งก็พบว่ามีของคนไทยด้วย แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าแต่ต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่บังเอิญว่าเมื่อไปลงพื้นที่ในภาคใต้ มีความเชื่อมโยงกันหมด ก็เลยดูเหมือนว่าเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มากของชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินคดีต่อไป
เมื่อถามถึง กรณีพบชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินใน จ.ปัตตานี เกี่ยวข้องกับการทำสุสานหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับ สส. หลายคน ที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเตรียมจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องกังวลคือ ภาคใต้ก็มีอีกศาสนาหนึ่งที่มีคนนับถือเยอะ และหากมีอีกศาสนาหนึ่งลงไป ก็อาจเป็นข้อถกเถียงในสังคมหรือไม่ จึงต้องลงไปดูพื้นที่ก่อน แต่ในเบื้องต้นที่ดินที่มีการซื้อเป็นที่ดินเปล่า ยังไม่มีการสร้างอาคารหรือทำธุรกิจใดๆ



