เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 8 ก.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงการจัดสรรงบในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันในภาพรวมตั้งงบประมาณ 53,000 ล้านบาท ซึ่งมีการปรับลดร้อยละ 1.86 ซึ่งมีการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมงานวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ซึ่งวงเงินที่ลดงบประมาณไปทั้งสิ้น 682 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.27 ในส่วนสำนักงานเศรษฐกิจฯ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูลทางสมองของกระทรวงเกษตรฯ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล และการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่นที่สองในเดือนมิถุนายน พบว่าผลผลิตจากการเพาะปลูกนั้น ราคาข้าวนาปรังมีแนวโน้มลดลง แต่ผลตอบแทนข้าวโพดรุ่นสอง ในปี 2568 กับข้าวนาปรัง คาดว่าเกษตรกรจะร่วมปลูกข้าวโพดมากขึ้น อยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลให้ปริมาณข้าวโพดเพิ่มมากขึ้น
นางมนพร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการก่อสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำใน จ.อุดรธานี ซึ่งในปี 2568 ยุครัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ได้มีการริเริ่มโครงการพืชสวนโลก ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบดังกล่าว คือการสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
“หากท่านจะไปโทษว่าจังหวัดนี้มี รมช.เกษตรฯ ก็ไม่เป็นธรรมสำหรับท่าน เพราะโครงการดังกล่าว ตั้งมาก่อนที่ท่านจะเข้ามารับตำแหน่ง เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวและเป็นหมุดหมายของภาคอีสานตอนบน” นางมนพร กล่าว
นางมนพร ชี้แจงเรื่องปัญหาการเช่ารถที่งบประมาณซ้ำซ้อน ว่าเป็นการเช่ารถที่ทดแทนครุภัณฑ์เดิม ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม. ที่รณรงค์ให้มีการใช้รถไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน โดยเป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2574 ส่วนเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ ที่ตั้งไว้ในแต่ละกลุ่มที่ถูกทักท้วงว่ามีราคาสูง เชื่อว่าทุกคนย่อมทราบดีว่าการกำหนดครุภัณฑ์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง ในส่วนของกรรมาธิการคณะอนุแต่ละคณะ ที่พิจารณางบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ มีการให้ข้อสังเกตและเน้นย้ำถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการใช้ยานพาหนะและครุภัณฑ์ สำหรับเรื่องการจัดหาเรดาร์กรมฝนหลวง โดยเป็นการทดแทนเรดาร์อากาศเดิมที่ใช้มาแต่ปี 2555 อายุการใช้งานเกิน 10 ปี และเหตุผลที่ไม่ใช้ของกรมอุตุฯ เพราะการใช้ตามที่จัดหามา เนื่องจากมีประสิทธิภาพตามประเมินผลของเรดาร์ ที่มีการตรวจเรดาร์และความหนาแน่นของอากาศต่างกัน แต่การใช้เรดาร์ของกรมฝนหลวง ก็มีการบูรณาการร่วมกับกรมอุตุฯ
นางมนพร กล่าวว่า ส่วนงบประมาณของกรมการข้าว เน้นย้ำว่า งบประมาณ 700 กว่าล้านบาท ที่กรมการข้าวแต่ละแห่ง 25 แห่ง นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแล้ว เกษตรกรแต่ละแห่งยังขาดวัสดุอุปกรณ์ เช่น โรงสีขนาดเล็ก รถไถ รถแทรกเตอร์ เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ อาจจะถูกมองว่าเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า หากมองลึกลงไปจะเห็นได้ว่าเกษตรกรที่ไม่มีกำลังการผลิตในการหาอุปกรณ์ งบประมาณส่วนนี้จะเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการทำงานให้แก่ศูนย์ข้าวแต่ละแห่ง ที่ลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยเรื่องของการทำฝายและลำเลียงและอ่างเก็บน้ำที่จะส่งน้ำไปยังหัวไร่ปลายนาให้แก่เกษตรกรจัดการระบบน้ำ และมีการเน้นย้ำเรื่องการทำสหกรณ์ให้โปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์พระพิรุณเพื่อที่จะปราบปรามสินค้าการเกษตรที่ผิดกฎหมาย เช่น เนื้อเถื่อน หมูเถื่อน
“งบประมาณทุกบาทที่จะส่งไปถึงมือเกษตรกร จะต้องดูว่าแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณสูงที่สุดในทุกกรมภายใต้กระทรวงเกษตรฯ และน้ำก็เป็นต้นทุนสำคัญ และงบของกระทรวงเกษตรฯ จะต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การลดต้นทุน และการตลาด เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ครบทั้งระบบ ซึ่งความสำเร็จของการใช้งบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ใช่ใช้เงินให้หมดไป แต่เป้าหมายเกษตรกรจะต้องมีน้ำใช้มากขึ้น ลดต้นทุน” นางมนพร กล่าว.



