นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนแผนด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ(บอร์ด เอไอแห่งชาติ) ครั้งที่ 1/2569 ได้กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ เอไอ ประเทศไทยภายใต้วิสัยทัศน์ “ อินเทลลิเจนท์ เนชัน: ซอฟเรนตี, ทรัสท์ แอนด์ แวลู ครีเอชัน” (Intelligent Nation: Sovereignty, Trust and Value Creation)เพื่อมุ่งยกระดับไทยสู่การเป็นประเทศผู้สร้างนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่ยั่งยืน และได้เห็นชอบกรอบและเป้าหมายของ ร่าง แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2570 และ ร่าง แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างระบบนิเวศ เอไอ ที่ยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้าง “อธิปไตยทางดิจิทัล” (ดิจิทัล ซอฟเรนตี)  และการเติบโตเชิงเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดด เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม 

โดยมี 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ 1.ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน : เสริมแกร่งด้วยการพัฒนาศูนย์คลาวด์และบริการอนุมานปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (เนชันแนล เอไอ คลาว์ด), การยกระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ลันตา 2 และการสร้างคลังข้อมูลปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (เนชันแนล เอไอ ดาต้า แบงก์) เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาโมเดล เอไอ ขั้นสูงของไทย 2.ยุทธศาสตร์ความเชื่อมั่น : เร่งขับเคลื่อน เอไอ กัฟเวอแนนซ์ แซนด์บ็อกซ์ เพื่อเป็นกลไกสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งาน เอไอ ให้มีความปลอดภัย มีจริยธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 3 คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคน: ยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยให้เป็นกำลังสำคัญผ่านโครงการผลิตและพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง ควบคู่กับการยกระดับการเรียนการสอนด้วย เอไอ และเสริมสร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยีแก่ประชาชนในทุกระดับ และ 4.ยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่า : มุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรม เอไอ ในประเทศ ผ่านการสนับสนุนบริษัท เอไอสัญชาติไทยให้เติบโตในระดับสากล และดึงดูดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่เน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนความต้องการของภาคส่วนต่างๆ ให้เป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสถานะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย พร้อมทั้งเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และคณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศ 12 ด้าน ประกอบด้วย 

1.คณะทำงานขับเคลื่อนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์

2.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการศึกษาและการพัฒนากำลังคน

3.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการประยุกต์ใช้ในภาครัฐ

4.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและประยุกต์ใช้อย่างมีธรรมาภิบาล

5.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่

6.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการทดสอบ ประเมินผล และเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์

7.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการผลิต

8.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพและสุขภาวะ

9.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการท่องเที่ยว

10.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

11.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านความความมั่นคงและความปลอดภัย

12.คณะทำงานขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ด้านการเงินการธนาคารและตลาดทุน

 “เรื่อง เอไอ ไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ประชาชน ที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทย ดังนั้นการขับเคลื่อนการใช้งาน เอไอจำเป็นจะต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้ความปลอดภัย และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย” นายไชยชนก กล่าว