เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยพิจารณาในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย มีผู้อภิปรายงบมหาดไทยจำนวนมาก จนทำให้วิปรัฐบาลกังวลว่า จะอภิปรายวาระสองและสามเสร็จในวันนี้หรือไม่

นายอิทธิพล ชลธารศิริ สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปราย โครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มีราคาแพงผิดปกติ 4-10 เท่า ของราคาที่จัดซื้อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งตั้งโครงการจัดซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ ตามบัญชีนวัตกรรมไทย ราคาต้นละ 6-7 หมื่นบาท เทียบกับราคาที่ อปท.เคยจัดซื้อเองตามปกติ อยู่ที่ 6,900-16,500 บาทต่อต้น ต้นตอปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสาไฟ แต่อยู่ที่กลไกบัญชีนวัตกรรมไทยที่เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าในราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องมีการแข่งขัน

ที่ ป.ป.ช.เคยเตือนตั้งแต่ปี 2567 ว่า เป็นช่องว่างทางกฎหมายนำไปสู่ตลาดผู้ขายผูกขาด การทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ผู้ขายรายใดโดยเฉพาะ ขณะที่ สตง.ก็เคยตรวจสอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ท้องถิ่น ตามบัญชีนวัตกรรมไทย พบว่ามีราคาแพงเกินจริง วิธีการฮั้วตามบัญชีนวัตกรรมไทยคือ เซลล์จะนำสินค้าไปเสนอนายก อบต. เซลล์บางรายไปถ่ายรูปคู่นายก อบต.เป็นหลักฐานว่า จองสินค้าไว้แล้ว รายอื่นห้ามเข้ามา จากนั้นจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ต้องแข่งขันราคา จบที่ราคาเต็มเพดาน ตามราคานวัตกรรม ล็อกสเปกกันสบายๆ ส่วนต่าง 4-10 เท่า แตกย่อยให้ใครระหว่างทางหรือไม่

น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า กรมการปกครอง ของบซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท ได้แก่ เสื้อเกราะสำหรับกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน 4,977 ตัว ตัวละ 46,000 บาท 228.9 ล้านบาท สำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 1,200 ตัว ตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 55.2 ล้านบาท และเสื้อคออ่อนระดับ 3A  8,637 ตัว ตัวละ 23,000 บาท วงเงิน 198 ล้านบาท ติดใจคือราคาจัดซื้อตัวละ 46,000 บาท ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซื้อสเปกเดียวกัน ตัวละ 31,000 บาท มีส่วนต่าง 15,000 บาท สเปกเดียวกัน แต่หน่วยงานต่างกัน ราคาต่างกัน ตั้งข้อสังเกตว่า หนึ่งในบริษัทที่หน่วยงานไปสืบราคาจัดซื้อมานั้น ทำธุรกิจขายเสื้อนักเรียน มีรายได้ทั้งปีรวมกันเพียง 12,000 บาท  แต่เสนอใบเสนอราคามาเป็นขายเสื้อเกราะ ราคาตัวละ 46,000 บาท หมายความว่าเสื้อเกราะ 1 ตัวมีมูลค่าสูงกว่ารายได้บริษัททั้งปี

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อเก้าอี้ 11 จังหวัด 1,041 ตัว วงเงิน 6 ล้านบาท มีข้อสังเกตอยู่ 3 โครงการได้แก่ 1.จ.ลำพูน จัดซื้อ 205 ตัว แบ่งเป็น 2 ห้อง คือ เก้าอี้นั่งทั่วไปในห้องปฏิบัติการ 46 ตัว ตัวละ 12,000 บาท และห้องประชุมจามเทวี 80 ตัว ตัวละ 19,500 บาท 2.จ.แพร่ ซื้อเก้าอี้ที่ศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ ใน 2 ห้องคือ ห้องจดหมายเหตุ ซื้อเก้าอี้แบบประธาน 3 ตัว ตัวละ 6,600 บาท และห้องเวียงโกศัย ซื้อเก้าอี้ประธานแบบเดียวกัน ตัวละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังจัดซื้อเก้าอี้ทั่วไป ห้องจดหมายเหตุซื้อตัวละ 3,000 บาท ทั้งหมด 164 ตัว แต่ห้องเวียงโกศัย ซื้อ 64 ตัว ราคาตัวละ 2,270 บาท

3.จ.อ่างทอง จัดซื้อเก้าอี้แบบประธาน 3 ห้อง คือ ห้องป่าโมก ตัวละ 4,000 บาท ห้องโพธิ์ทอง ตัวละ 4,500 บาท ห้องสามโก้ ซื้อตัวละ 3,800 บาท ส่วนเก้าอี้ทั่วไป ห้องป่าโมกซื้อ 2,800 บาท ห้องโพธิ์ทองซื้อ 2,900 บาท ห้องสามโก้ซื้อ 2,600 บาท  การจัดซื้อเกิดขึ้นในศาลากลางจังหวัดเดียวกัน แต่ทำไมจัดซื้อราคาต่างกัน มท.คือกระทรวงมหาดไทย แต่ถ้าจัดงบแบบนี้ มท.จะกลายเป็นมุบมิบทุกรายการทุกเม็ด

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า กระทรวงมหาดไทยถูก กมธ.ตัดลดงบ 900 กว่าล้านบาท แต่แปลกใจกรมการพัฒนาชุมชน ไม่โดนตัดงบสักบาท ได้รับงบ 2,600 ล้านบาทเศษ เป็นงบการฝึกอบรม 996 ล้านบาท เห็นตัวเลขแล้วตกใจ เพราะคิดเป็น 86% ของงบอบรมและสัมมนาของกระทรวงมหาดไทยทั้งก้อน เหตุใดกรมพัฒนาชุมชน ถือครองโครงการฝึกอบรมใหญ่สุดในกระทรวง อยากถามว่า ต้องการใช้งบอบรมเป็นเครื่องมือหลักในการลงพื้นที่มากกว่าการพัฒนาคนในชุมชนหรือไม่ ส่วนคนที่ผ่านการอบรมกับกรมพัฒนาชุมชน 520,472 ที่นั่งในปีเดียว เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนจริงๆ หรือซ้ำกันไปมาหรือไม่  และกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ บางครั้งจะมีแฝง บอกเป็นการอบรมสัมมนา แต่จริงๆ ไม่ใช่ อดทนไม่ไหวกับงบประมาณเหล่านี้ อยากรู้ว่าใครได้ประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณางบประมาณกระทรวงมหาดไทย ได้รับความสนใจจาก กมธ.และ สส.เข้าชื่อขออภิปราย 40 คน ทำให้การอภิปรายกินเวลายาวนาน แบบมาราธอน ผ่านไป 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.30 น. กระทั่งเวลา 13.30 น. ยังเหลือ สส.อีกร่วม 20 คน ที่ยังไม่ได้อภิปราย จนนายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย หารือขอให้ประธานที่ประชุม ปิดการลงชื่อไม่ให้มีสมาชิกมาเข้าชื่อขออภิปรายเพิ่มเติมอีก เกรงว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 จะยืดเยื้อ ไม่เสร็จในกรอบเวลา 3 วัน ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานที่ประชุม ขอให้ที่ประชุมวิป 2 ฝ่าย ไปหารือกันเอง

จากนั้นช่วงบ่าย สส.อภิปรายเรื่องงบแก้ปัญหายาเสพติด แสดงความเป็นห่วงเรื่องยาบ้าระบาด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายขอปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 20,000 ล้านบาท ปัญหายาเสพติดที่มี 4 หน่วยงานรับผิดชอบคือ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมพัฒนาชุมชน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ในอดีตที่เคยประสบความสำเร็จแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากผู้ว่าฯ นายอำเภอ ตำรวจ นายก อบจ.และสาธารณสุข ทำงานร่วมกัน แต่วันหนึ่ง คนกลุ่มนี้กลับเป็นไม้ค้ำยันให้นักค้ายาเสพติด ไม่ทนต่ออิทธิพลของเงิน แม้จะสร้างวาทกรรมชุมชนเข้มแข็ง แต่ในทางปฏิบัติชุมชนอ่อนแอ โดยเฉพาะชุมชนชายแดน การฟื้นฟูสภาพทางสังคมจึงมีความสำคัญมากในการแก้ปัญหายาเสพติด.