เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะ สว.สำรอง อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และนายอุทัย อัตถาพร ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน เพื่อขอให้เร่งรัดพิจารณาสำนวนคดีฮั้วในการเลือก สว. อย่างรัดกุม และส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากคดีดังกล่าว กินเวลามานาน 2 ปี 2 เดือน ตั้งแต่ปี 2567

โดยกลุ่มดังกล่าว ระบุว่า มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเลือก สว. ถือเป็นการทุจริตเพื่อได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ และแม้มีการร้องทุกข์ร้องเรียนเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงการสอบสวนไต่สวนจนเป็นที่ชัดเจนว่ามีผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้จำนวน 229 คน ที่ประกอบด้วยนักการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง และ สว. ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่สภาจำนวน 138 คน แต่ กกต. ใช้เวลาพิจารณาคดีนี้อย่างเชื่องช้า จนเป็นที่สงสัยว่าจะมีการช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ ทั้งที่มีหลักฐานมากมาย และมีพยานบุคคลที่ให้การยืนยันอย่างรายละเอียดชี้ชัดถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันมีประเด็นความเคลือบแคลงสงสัยต่อการดำเนินการของ กกต. มีมาตั้งแต่แรก โดยมีข้อกล่าวหาต่อ กกต. มากมาย และมีข่าวสารทางลบมาตลอดเกี่ยวกับความพยายามในการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี ซึ่งล่าสุดมีกระแสข่าวว่ามีความพยายามเสนอ “กล้วย” 7 เข่ง เข่งละร้อยโล เป็นอามิสสินจ้างให้ กกต. ทั้ง 7 คนด้วย

ดังนั้น กรณีที่ กกต. จะมีการประชุมในวันที่ 14 ก.ย. นี้ เพื่อลงมติว่าจะส่งฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ คณะ สว.สำรอง จึงขอเรียกร้องให้ กกต. โอกาสสุดท้ายนี้ เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน ดำเนินการให้เป็นไปตามพยานหลักฐานและตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยอ่านคำให้การฉบับเต็มของพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนการพิจารณาลงมติ รวมถึงแก้ไขจากสิ่งที่ได้ปล่อยปละละเลยมาตั้งแต่ต้น แล้วทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่าใช้ลูกเล่นใดๆ มายื้อการพิจารณาคดีนี้อีก หรือตัดตอนผู้ถูกกล่าวหาบางส่วน และ กกต. ต้องไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างหรืออิทธิพลของฝ่ายใด แล้วขอให้ส่งสำนวนคดีการทุจริตในการเลือก สว. นี้ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มิฉะนั้น ถ้า กกต. ยังไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ส่งเรื่องต่อศาลฯ อาจจะเกิดความวุ่นวายในและนอกสภา รวมถึงอาจมีมวลชนลงถนนอีกครั้ง.