เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ นายยศวริชย์ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยนายยศวริชย์ กล่าวอ้างว่า การกระทำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผู้ถูกร้อง ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งตนเองเป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 13 ทั้งที่ตนเองขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งเป็นการกระทำที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ส่งผลให้ตนเองต้องถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ อันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 และมาตรา 53

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ หากนายยศวริชย์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ก็สามารถไปใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม

ส่วนประเด็นที่นายยศวริชย์ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำของนายพีระพันธุ์เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) นั้น รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้อง หรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น นายยศวริชย์จึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้