เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากตัวแทนคณะทำงาน My Before gun 

โดย น.ส.ดลนภา นามสำโรง นักจิตวิทยาคลินิก ตัวแทนคณะทำงาน เปิดเผยว่า วันนี้มายื่นข้อเสนอต่อ กมธ.กฎหมาย ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน และลดความรุนแรงในอาวุธปืน โดยเสนอว่า ประชาชนที่ต้องการครอบครองอาวุธปืน จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสภาพจิตก่อนในทุกคน เพราะปัจจุบันในกฎหมายพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 มีข้อกำหนดว่าให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อพิจารณาว่า บุคคลใดต้องไปตรวจสุขภาพจิตหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วความรุนแรงของอาวุธปืนที่เห็นได้ในปัจจุบัน อย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ จ.ชลบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปยิงคุณครูในโรงเรียน ยิ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และข้าราชการในหลายส่วนงานต้องมีการตรวจสภาพจิตทุกคน ไม่ใช่แค่มีหนังสือรับรองการคุมประพฤติจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น เพราะการมีอาวุธปืนครอบครอง ไม่ใช่สิทธิที่เราจะพิทักษ์ความคุ้มครอง หรือความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อสภาพสังคมข้างนอกด้วยเช่นกัน 

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ. ยินดีรับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งปัญหาเรื่องของอาวุธปืนไม่ได้เพิ่งเกิดในช่วงเวลาที่ผ่านมา และปฏิเสธไม่ได้ว่าโศกนาฏกรรมจำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความรุนแรงมาก ดังนั้นปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาวุธปืนเถื่อน หรือเรื่องอาวุธปืนถูกกฎหมายอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของสภาวะ และการตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า อาวุธปืนจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด 

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เราต้องมาดูว่า เรื่องนี้เราจะทำอย่างไร เพื่อให้สังคมปลอดภัย และให้ประชาชนรู้สึกว่าความจำเป็นในการที่จะมีอาวุธปกป้องตัวเองมันลดลง เพราะแม้กระทั่งหน่วยงานของรัฐที่ต้องดูแลความปลอดภัยเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้ จึงเกิดคำถามว่า หน่วยงานรัฐทุกวันนี้สามารถสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ และถ้านายกฯ ยังมีแนวคิดว่า ยิงโจรผู้ร้ายในบ้านไม่มีความผิด ตนคิดว่า แนวความคิดเช่นนี้เป็นแนวความคิดที่ไม่ได้ตั้งคำถามต่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีมาหลายปัจจัย และหลายครั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างความรู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เราต้องมีหลายๆ มาตรการ และเป็นมาตรการตอบสนองต่อความปลอดภัยด้านสาธารณะด้วย ไม่ใช่แค่การจำกัดอาวุธปืนเท่านั้น ซึ่งต้องหาจุดสมดุลในเรื่องนี้ว่า จะสร้างความปลอดภัยให้เกิดในสังคมไทยได้อย่างไร ถือเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลในเวลานี้