ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ โดยเป็นการพิจารณาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 “ประธานตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการอภิปรายงบฯ ให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 ก.ย. วันที่ 11 ก.ย.จะไม่มีการประชุมสภา แต่จะมีการเพิ่มวันประชุมนัดพิเศษในสัปดาห์หน้าและสัปดาห์ถัดไป สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่จำเป็นและเร่งด่วน
“เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขออภัยกรณีมีภาพปรากฏตามสื่อ ขณะกำลังรับชมคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ ผ่านหน้าจอไอแพดในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ทราบว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ใกล้เคียงกำลังรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตแบบเสียค่าใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์ไอแพด จึงขอให้เพื่อนสมาชิกช่วยสมัครแพ็กเกจให้เพื่อขอดูภาพบรรยากาศเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน ภาพที่ปรากฏออกไปนั้นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุณ นันทิดา แก้วบัวสาย ศิลปินในดวงใจขึ้นเวทีแสดงพอดี จึงได้ขยับเข้าไปนั่งชมใกล้ๆ หน้าจอไอแพดของเพื่อนสมาชิกด้วยความชื่นชมเพียงครู่เดียว และยืนยันว่า ไม่ได้ชมต่อเนื่อง ไม่ได้เปิดเสียงดังตามที่กังวลกัน

ในการอภิปรายงบประมาณ มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในส่วนของการขอจัดซื้ออุปกรณ์ดำน้ำ ของกองต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือ บก.ปพ. จำนวน 1 ชุด ราคา 3.4-3.5 ล้านบาท ถือว่าผิดปกติ เพราะเป็นราคาเพียง 1 ชุด ซึ่งคนดำน้ำจะรู้ว่าอุปกรณ์ดำน้ำต่อให้ใช้ยี่ห้อที่หรูที่สุดแพงที่สุดเต็มที่ 1 ชุดไม่เกิน 2-3 แสนบาท
ใบเสนอราคาจาก 3 เจ้า มีการเสนอราคากลางมาประมาณ 3 ล้านบาททั้งหมด และเมื่อดูทีโออาร์ และดูสเปก พบว่าไม่ได้มีความแตกต่างจากที่ใช้ในตลาด มีรายการที่เพิ่มเข้ามาคือเรือคายัค และอุปกรณ์พาย ซึ่งย้อนแย้งกับการดำน้ำแบบสกูบา มาโผล่อยู่ในใบเสนอราคาได้อย่างไร

“สส.ดอน” รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายโครงการต่ออายุสิทธิและปรับปรุงพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลจากโทรศัพท์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์ วงเงิน 57.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดซื้อใบอนุญาตระบบจัดการข้อมูลจากบริษัทเทคโนโลยี ประเทศอิสราเอล โดยเตือนว่าเครื่องมือดังกล่าวสามารถเจาะพาสเวิร์ดโทรศัพท์มือถือได้ แม้จะมีประโยชน์ต่อคดีอาชญากรรมเทคโนโลยี แต่หากนำมาใช้กับพลเรือนในเขตพื้นที่กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการจับกุมโดยไม่ต้องตั้งข้อหา จะสุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมาก
ในระดับสากลมองว่าเป็น “เทคโนโลยีเลือด” ที่เคยถูกใช้ในปฏิบัติการทหารต่อพลเรือนในกาซา พร้อมเรียกร้องให้รัฐไทยตรวจสอบประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของเทคโนโลยีก่อนจัดซื้อ ตามหลักการสากลของสหประชาชาติและเกณฑ์การเข้าร่วม OECD และยังพบว่าตำรวจได้อาศัยอำนาจ กอ.รมน. ให้บริษัทเครือข่ายมือถือส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ถึง 2 ล้านเลขหมายในพื้นที่ชายแดนใต้มาจัดเก็บไว้ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ และการจัดสรรงบเบี้ยเลี้ยงกำลังพล 1,125 ล้านบาท ที่แบ่งออกเป็น 3 กระเป๋าจนสงสัยว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า ตร.ของบมา 1.7 แสนล้านบาท แต่ กมธ.ตัดลดเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ผบ.ตร.มาร้องขอ กมธ.ให้ช่วยด้วย เพราะงบที่ถูกปรับลด 5 หมื่นล้านบาท กระทบเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันของตำรวจชั้นผู้น้อย
“สส.เดือน” มนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ชี้แจงมาตรา 30 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานรัฐสภา ว่า รัฐสภาได้มีการตั้งคำของบประมาณไว้ทั้งสิ้น 3,060 ล้านบาท มี 3 หน่วยงานที่ขอรับงบประมาณ คือ สส. สว. และสถาบันพระปกเกล้า โดยมีการขอปรับลดงบประมาณ 3-20% กมธ.ได้ปรับลด ในวงเงิน 71 ล้านบาท คือการปรับลดค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศ สมาชิกทุกท่านโปรดทราบว่าต่อไปนี้ กมธ.ทุกคณะจะไม่มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศอีกแล้ว

“สส.ตุ๊” อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายงบ สว. ในส่วนงบประมาณการเผยแพร่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อได้รับงบไปแล้ว จะไปสอนประชาธิปไตยตำราไหนให้แก่ประชาชน อยากให้ทบทวนว่าการให้งบประมาณแก่องค์กรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย 100% ไปเผยแพร่แก่ประชาชน จะเป็นการให้ยาพิษทางประชาธิปไตยให้แก่ชาวบ้าน ขอฝากว่าไม่ใช่ให้งบส่งเดชแล้วไปเผยแพร่ตามทฤษฎีที่ตนเองได้มา มันจะเป็นผลร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย อยากให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจว่า ที่แท้แล้ววุฒิสภาเปรียบเสมือนไส้ติ่ง มีก็ได้ไม่มีก็ได้

“สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน อภิปรายในส่วนของสำนักเลขาธิการวุฒิสภา ของบมา 700 ล้านในส่วนของโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า เมื่อใช้งบเพื่อสร้างประชาธิปไตย สำนักงานก็ต้องตอบให้ได้ว่าการสร้างประชาธิปไตยนั้นจะเดินไปทิศทางไหน นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับการทำงานของ สว. ก่อนที่ สว.จะตั้งกระทู้ถาม ก็จ้างบุคคลภายนอก 1 ล้านบาท มาวิเคราะห์กระทู้ เพื่อวิจัยติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ มีจริงด้วยหรือที่จะจ้างคนภายนอกเพื่อมาประเมินการทำงานของตนเอง โดยอ้างว่าประชาชนต้องมีความรู้ ความเข้าใจบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 91%
“สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอเงิน 6.5 ล้านเพื่อสนับสนุนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่การสรรหามันมีธงมาอยู่แล้ว ไม่รู้จะตั้งทำไม และอย่าแอบอ้างประชาธิปไตยแบบพร่ำเพรื่อในการใช้เขียนโครงการ แต่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าประชาชนได้อะไรจากการมี สว.”
ในมาตรา 32 งบประมาณขององค์กรอิสระ “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณของสำนักงาน กกต. ว่า เมื่อมีขบวนการโกงการเลือก สว. ตนไม่มั่นใจเลยว่างบประมาณที่สภากำลังจะอนุมัตินี้ จะถูกใช้ไปเพื่อปกป้องประชาธิปไตย หรือจะถูกใช้ไปเพื่อสนับสนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตยกันแน่ เริ่มกังวลว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนของ กกต. อาจมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับขบวนการโกง สว. มาตั้งแต่แรก
“หลักฐานฟ้องว่าเส้นทางขบวนการโกง สว. กับเส้นทางการทำหน้าที่ของ กกต. เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การออกระเบียบการเลือก สว. ที่เอื้อต่อการจัดทำโพย การปล่อยให้ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติหรือมีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกสามีภรรยาผ่านเข้ารอบ รวมถึงการปล่อยผ่านโพยใบสั่งในวันเลือกระดับประเทศ จนคนที่ถูกยึดโพยได้กลายมาเป็น สว. และประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ตลอดจนกรณีคลิปเสียงที่โรงแรม B2 รังสิต ที่มีการระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ข้างในดูแล นำมาสู่การตั้งคำถามถึงงบอบรมหลักสูตรสืบสวนและงบป้องปรามการกระทำผิดว่าควรได้รับการอนุมัติหรือไม่”

“บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า มีคนตั้งธงให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนตามสำนวนของคณะกรรมการ ชุดที่ 26 ทั้งนี้การทำคดีดังกล่าวมีธงตั้งแต่ต้น และตนตรวจสอบแล้วพบว่า คนร้อง เป็นกลุ่มผู้สมัคร สว. ที่เป็นอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ และที่ปรึกษาหน้าห้องกระทรวงหนึ่ง
“ทราบหรือไม่ว่า ในข้อกล่าวหา ทั้ง 229 คนนั้นมีเนื้อหาเหมือนกัน เขียนบนกระดาษแผ่นเดียว และใช้วิธีเปลี่ยนชื่อผู้ถูกกล่าวหา บอกว่าต้องสั่งฟ้อง 229 คน แบบเหวี่ยงแหฟ้องทุกคนไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม สำนวนเป็นสำนวนที่เป็นพิษ ที่มาจากการข่มขู่พยาน สิ่งที่ห่วง คือ วันที่ 14 กันยายน คดีจะช็อกมากกว่านี้ เพราะเต็มไปด้วยพิษ มีธงขอให้ล้มพรรคภูมิใจไทยให้ได้ เอกสารสำนวนคดีถูกเปิดเผย แต่ กกต. ไม่ดำเนินคดีกับคนที่นำมาเปิดเผย และ กกต.ละเลยขบวนการฮั้วสายสีส้ม”
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องฮั้ว สว. ว่า “มีกี่คนอาการหนักในฝ่ายการเมือง 22 คนของคดีฮั้ว สว.” การได้อ่านรายงานการประชุมครั้งที่ 7/2569 และ 8/2569 ของ อนุฯ วินิจฉัย ชุด 36 ทำให้เห็นว่า มีหลายกรณีที่ “เป็นเหตุอันควรสงสัย” ว่า จะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 76 วรรคแรก ความเข้มของความผิด คือความถี่ในการกระทำ เกี่ยวกับการโทรศัพท์ เมื่อเอาแว่นของอดีต กกต. ไปมอง แบบปล่อยๆ จาก 22 ราย เห็นว่า ต้องมีเหตุควรสงสัยอย่างน้อย 6 ใน 22 ราย นายสมชัยได้ยกตัวอย่างชื่อ จ., ก., ว., ช., ส., ภ.
สำหรับภารกิจของนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังหลวง กรุงออสโล พร้อมด้วยพระราชอาคันตุกะ ประมุขแห่งรัฐ พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้แทนระดับสูงจากนานาประเทศ ซึ่งเดินทางมาร่วมถวายพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5
นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้พบปะกับผู้นำระดับโลกหลายท่าน อาทิ ประธานาธิบดีจากจอร์เจีย ลัตเวีย แอลเบเนีย เยอรมนี เอสโตเนีย ฮังการี และสาธารณรัฐเช็ก รวมถึงนายกรัฐมนตรีจากฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน และโมร็อกโก เป็นต้น แม้จะเป็นการพบปะหารือในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เราก็ได้ใช้เวลาดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือด้านต่างๆ การค้าและการลงทุน ตลอดจนโอกาสใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศของผู้นำเหล่านั้น.





