สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่าธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่สองในปีนี้ จาก 2.25% เป็น 2.50% เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น หลังสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมารุนแรง


การโจมตีแลกหมัดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และเป้าหมายทางทหาร ทำให้ราคาน้ำมันกลับมาสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,302.90 บาท ) และเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศใช้เงินยูโรจะเร่งตัวขึ้น


อีซีบีระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ไปอีกระยะหนึ่ง จึงปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น 3% ในปีนี้ ตามด้วย 2.5% ในปีหน้า และ 2.1% ในปี 2571


อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวอาจยังไม่สะท้อนผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นล่าสุด โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหลายประเทศในยุโรปพึ่งพาเพื่อการทำความร้อน


ขณะเดียวกัน อีซีบีปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนเป็น 0.9% ในปีนี้ 1.4% ในปี 2570 และ 1.5% ในปี 2571 หลังเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้เผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงสูงและการแข่งขันจากจีน


ตลาดการเงินคาดว่าอีซีบีอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังมองว่า การปรับขึ้นครั้งล่าสุดอาจเป็นครั้งสุดท้ายในระยะนี้ ซึ่งอีซีบีย้ำว่า จะพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับต่อไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS