เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี พ.อ.ปัญจพล ทรัพย์บวร ผบ.ฉก.ทพ.48 และ พ.อ.นพดล พรหมมาก ผบ.นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ ได้เปิดยุทธการกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว และได้เกิดปะทะกับสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มนายอาบูอัซนันท์ เจ๊ะแม ในพื้นที่บ้านโต๊ะเล็ง หมู่ 3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 9 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา

โดยตลอดทั้งวันของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ป่ารกทึบจุดที่ปะทะกับกลุ่มคนร้าย พบคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย คือ 1. นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 34 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นมือประกอบระเบิดแสวงเครื่องของสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ และยังเป็นคนขนย้ายวัตถุระเบิดที่ประกอบแล้วเสร็จ แจกจ่ายให้สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ต่างๆ ใช้ไปก่อเหตุ 2. นายอูเซ็ง มามะ อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ หมู่ 14 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่สืบทราบและมีเบาะแสว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดถล่มใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 และลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69
จากการตรวจค้นพบของกลางยึดมาได้หลายรายการ อาทิ อุปกรณ์ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง สารตั้งต้นและส่วนผสมต่างๆ ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในแป๊ปเหล็กทรงกลม อาวุธปืน เอ็ม16 กระสุนปืนเอ็ม16 พร้อมแมกกาซีน กระเป๋าเป๋สะพาย เสื้อผ้า เครื่องยังชีพในป่า เปลและอื่นๆ ซึ่งลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นการผูกเปลนอนกับต้นไม้ สามารถเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเคลื่อนไหวไปตามที่ต่างๆ ได้สะดวก และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.ต.ต.นัฐภพ เทพสุวรรณ อายุ 46 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง ลื่นไถลตกจากเขา จนทำให้หัวไหล่ด้านขวาหลุด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องเป็นการเร่งด่วน

ต่อมา นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รอง ผวจ.นราธิวาส พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และนายเอกวิทย์ จันทวงษ์ นายอำเภอเจาะไอร้อง ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและแสดงความเสียใจแก่เครือญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีเครือญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และประชาชน เดินทางมายังโรงพยาบาลเจาะไอร้องกว่า 300 คน เพื่อมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
ขณะที่นายแพทย์มาหะมะ เมาะมูลา ผอ.โรงพยาบาลเจาะไอร้อง ได้ทำความเข้าใจกับเครือญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ก่อนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายมาถึงโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยทางแพทย์จะขอเวลาเพียง 30 นาที เพื่อขอชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตกแต่งบาดแผล ก่อนที่จะให้ทางเครือญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากเกรงเครือญาติและชาวบ้านที่เดินทางมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบดีว่าเครือญาติมีความประสงค์รีบรับศพไปประกอบพิธีทางหลักศาสนาในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิต ซึ่งการพูดคุยทำความเข้าใจกับเครือญาติลุล่วงไปด้วยดี

โดยเวลา 22.30 น. ของวันที่ 10 ก.ย. ในระหว่างการรอเจ้าหน้าที่ลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย มาโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ได้มีกลุ่มชาวบ้านซึ่งเป็นชายวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง ประกอบพิธีละหมาดฮายัต ที่บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อให้เกิดความสันติสุข และความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย กระทั่งเวลา 00.35 น. วันที่ 11 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์ของหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อบต.จวบ เคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน มายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง กระจายกำลังคุมเข้มพื้นที่โดยรอบของโรงพยาบาล เพื่อเป็นการป้องกันมือที่ 3 แฝงตัวลอบก่อเหตุร้ายและความวุ่นวายขึ้น เพื่อสร้างสถานการณ์ที่อยู่ในความตึงเครียด ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ



