“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รายงานผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษ(ทางด่วน) เชื่อมเกาะสมุยให้ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ. รับทราบเบื้องต้นแล้ว

หลังจากนี้ต้องเร่งสรุปเรื่องรูปแบบ และรายละเอียดการลงทุน โดยเฉพาะเรื่องการให้รัฐช่วยสนับสนุน(Subsidy) งานโยธา ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการเป็นการก่อสร้างทางด่วนข้ามทะเล วงเงินลงทุนสูง ประมาณ 7.4 หมื่นล้านบาท และจากการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ส่วนใหญ่สนใจโครงการ แต่ติดประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ค่อนข้างหนักมาก

ผลตอบแทนด้านการเงินโครงการนี้ติดลบ-0.31% ไม่คุ้มค่า แต่ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจดี อยู่ที่15.58% เนื่องจะเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลาอีกทั้งยังส่งเสริมการเดินทาง และการท่องเที่ยวของเกาะสมุย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้สร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี หากมีทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย คาดว่าช่วง 30 ปี จะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาทต่อปี

เบื้องต้นรูปแบบการลงทุนโครงการฯ เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยภาครัฐลงทุนงานโยธา ส่วนเอกชนลงทุนงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษาคาดว่า กทพ. จะเสนอขอความเห็นชอบโครงการฯ ต่อบอร์ด กทพ. ก่อนเสนอ กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในปี 2570

ยอมรับว่าโครงการนี้ไม่คุ้มค่าผลตอบแทนทางการเงิน แต่เป็นโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชน และประเทศ ซึ่ง กทพ. จะเสนอโครงการฯ ไปตามขั้นตอน ส่วนจะได้ก่อสร้างโครงการฯ หรือไม่ ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม.

สำหรับความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อใช้ทางด่วนเป็นทางผ่านสำหรับท่อส่งน้ำ เคเบิลไฟฟ้า และระบบสื่อสารนั้น อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียด ไม่ใช่ให้มาร่วมลงทุนโครงการฯ แต่ให้เช่าพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ไม่ขัดข้องในการจ่ายค่าเช่า ส่วนค่าเช่าอัตราเท่าใด ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ระยะทาง 37.41 กม. มีวงเงินลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ได้รับผลกระทบ 277 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 45 หลัง ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท

คาดว่า กทพ. จะเสนอบอร์ด กทพ. กระทรวงคมนาคม และ ครม. พิจารณาภายในปี 2570 หากได้รับความเห็นชอบ จะจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อคัดเลือกเอกชน เริ่มก่อสร้างปี 2571 เปิดบริการปี 2576