เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้ เช่น ซอกันตรึม และกลองกันตรึม
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบและยึดของกลาง ได้แก่ ซากงูหลาม จำนวน 24 ซาก, ซากสัตว์ป่าคุ้มครองอื่นๆ อาทิ ซากตะกวด ซากตัวเงินตัวทอง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกหลายรายการ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า วัสดุที่นำมาผลิตเครื่องดนตรีบางชิ้นเข้าข่ายซากสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตถือมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยขณะนี้คดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์เจตนาและที่มาของซากสัตว์ดังกล่าว

หลังข่าวเผยแพร่ออกไป เกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในกลุ่มชาวสุรินทร์และคนอีสานใต้ โดยแบ่งความคิดเห็นออกเป็น 2 ฝั่ง โดยฝั่งสนับสนุนภูมิปัญญา มองว่าการใช้หนังสัตว์ทำเครื่องดนตรีเป็นมรดกตกทอดหลายชั่วอายุคน เป็นหัวใจสำคัญของการทำ “ซอกันตรึม” เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ขณะที่ฝั่งสนับสนุนกฎหมาย เห็นว่าการอนุรักษ์วัฒนธรรมต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้ซากสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งมีข้อบังคับชัดเจน เพื่อป้องกันการล่าและค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
ด้าน “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” หรือ สำรวม ดีสม ศิลปินพื้นบ้านกันตรึมชื่อดัง เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเครื่องดนตรีกันตรึมผูกพันกับวิถีชีวิตคนอีสานใต้ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าประเมินค่าไม่ได้

“อยากให้หลาย ๆ ฝ่ายมาช่วยกันดูว่า อันไหนถูก อันไหนไม่ถูก แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย” น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ กล่าว
ศิลปินชื่อดังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขอให้มองเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมควบคู่กันไป พร้อมเรียกร้องให้เร่งหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อช่างฝีมือ ศิลปิน และการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมกันตรึมสู่คนรุ่นหลังต่อไป



