วานนี้ (10 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลวิจัยที่ระบุว่า อัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กผู้หญิงเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าเด็กผู้ชายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าถึงโซเชียลมีเดียตั้งแต่อายุที่น้อยลง ประกอบกับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงโรคโควิด-19 ระบาด

รายงานฉบับใหม่ในวารสารทางการแพทย์ จามา พีเดียทริกส์ ของสมาคมการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา  ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุว่า ปัจจุบันการฆ่าตัวตายกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของเด็กอายุ 10 – 14 ปีในสหรัฐ โดยพบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงระหว่างปี 2550 – 2564

ตามสถิติในอดีต อัตราการฆ่าตัวตายของผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิงในทุกช่วงอายุ แต่ระหว่างปี 2550 – 2560 อัตราการฆ่าตัวตายของเด็กผู้หญิงอายุ 10 – 19 ปีกลับเพิ่มขึ้นสูงกว่าอัตราของเด็กผู้ชายอย่างมาก 

ดร. จีน ทเวนจี ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก และผู้เขียนรายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะมีการเน้นย้ำถึงอันตรายของพื้นที่ออนไลน์ที่เป็นพิษต่อเด็กผู้ชายอย่างมาก เช่น กลุ่มเชิดชูความเป็นชายสมชายที่มีแนวคิดต่อต้านเพศหญิง แต่นักวิเคราะห์อาจมองข้ามไปว่าเด็กผู้หญิงเองก็มีความอ่อนไหวต่อเนื้อหาที่เป็นอันตรายบนโซเชียลมีเดียเช่นกัน

“ตั้งแต่ประมาณปี 2553 – 2562 ฉันคิดว่าค่อนข้างชัดเจนว่าโซเชียลมีเดียและสมาร์ตโฟนอยู่เบื้องหลังอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กผู้หญิง” ทเวนจี กล่าวกับผู้สื่อข่าว “การใช้โซเชียลมีเดียมีความเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและปัญหาการป่วยทางจิตในเด็กผู้หญิงมากกว่าในเด็กผู้ชาย และเด็กกลุ่มอายุนี้มีการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังปี 2563”

ดร. ทเวนจี ระบุว่าโซเชียลมีเดียและช่วงล็อกดาวน์ระหว่างโรคโควิด-19 ระบาด เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กหญิงวัย 10-14 ปีมีอัตราการฆ่าตัวตายพุ่งสูงขึ้น สวนทางกับอัตราของเด็กผู้ชาย เนื่องจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้เปลี่ยนการยอมรับในกลุ่มเพื่อนให้กลายเป็นตัวเลขวัดผลอย่างยอดไลก์และยอดผู้ติดตาม อีกทั้งการยอมรับของเด็กผู้หญิงยังมักผูกติดอยู่กับการโชว์เรือนร่างและภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยากและต่างจากการเปรียบเทียบเชิงพฤติกรรมอย่างการหาเงินหรือเล่นกล้าม ออกกำลังกายของเด็กผู้ชาย 

แนวคิดเหล่านี้ส่งผลให้เด็กหญิงตกอยู่ในวงจรความเศร้าหมองและซึมเศร้าจากการนอนไม่พอ เธอจึงเสนอให้ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเด็ดขาด และควรปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำเป็น 16 ปีเหมือนที่ออสเตรเลีย พร้อมบล็อกการเข้าถึงโซเชียลมีเดียในช่วงเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้าเพื่อแก้ปัญหาการอดนอน  ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของภาวะซึมเศร้า การทำร้ายตัวเอง และการฆ่าตัวตาย

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : REUTERS