จากโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ที่อยู่ในสภาพฝ้าเพดานและผนังมีแต่เชื้อราเต็มไปหมด จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแชร์โพสต์ของ นพ.กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Kobchai Jirachanchai” ขออภัยประชาชน กรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสภาพความสะอาดและสุขอนามัยภายในหอผู้ป่วย พร้อมชี้แจงถึงปัญหาการเงินที่โรงพยาบาลเผชิญมาตลอดเกือบ 1 ปี โดยระบุว่า “ก่อนอื่นผมในฐานะผู้อำนวยการ รพ.เพชรบูรณ์ ก็คงต้องขอเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่ รพ.ทุกๆ คน ในการกล่าวขออภัยผู้ใช้บริการทุกๆ ท่าน ที่ไม่สามารถรักษาสภาพแวดล้อมหรือความสะอาดของ รพ. ได้ตามที่ควรจะเป็น มาตรฐานก็คือมาตรฐานครับ ซึ่งคงไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ก็มีเรื่องราวหลายอย่างที่อยากจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้ทราบนะครับ ทั้งเรื่องที่ผ่านมาและแผนการในอนาคต”

ก่อนอื่นอยากเล่าถึงช่วงเวลาที่ผมได้มารับหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.เพชรบูรณ์ เมื่อปลายเดือน ต.ค. 68 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ รพ.เพชรบูรณ์ ปิดงบประมาณประจำปีในเดือน ก.ย. 68 ด้วยยอดเงินบำรุงติดลบประมาณ 170 ล้านบาท (เงินบำรุงที่มีอยู่หักลบด้วยหนี้สิน) ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ก็คงเป็นค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (เป็นสถานการณ์การเงินเดียวกันกับ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปอื่นๆอีกมากพอสมควร) ในขณะนั้นยังมีการขาดแคลนรายการยาหลายรายการซึ่งไม่สามารถจ่ายใหักับผู้ป่วยที่มารับการรักษา (หรือมีจ่ายก็ไม่เพียงพอ)
ผมและคณะกรรมการบริหารจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางการเงินอย่างเข้มงวดที่สุดครับ โดยการลดรายจ่ายที่คิดว่าไม่จำเป็นทั้งหมดลง ตัดการลงทุนที่คิดว่าไม่คุ้มค่า ระงับการซ่อมแซมหรือปรับปรุงอาคารที่ยังสามารถรอได้ และเร่งรัดการจัดเก็บรายได้ รวมถึงเพิ่มผลิตผลในการทำงานให้มากที่สุด แม้กระทั่งค่าตอบแทนบางประเภทที่เจ้าหน้าที่ควรได้รับต่อเดือนก็ยังต้องรอจนกว่ากระแสเงินสดจะมีเพียงพอ (ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ รพ.อาจได้รับค่าตอบแทนบางรายการช้าไปราวๆ 8-9 เดือน) โดยเราถือว่าการมียาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยในการรักษาอย่างเพียงพอและต่อเนื่องคือสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด

เราพยายามทำการซื้อแบบ e-bidding ให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการต่อรองและให้ได้ราคาที่เป็นธรรมที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงเราจะมีเงินเหลือพอที่จะจ่ายหนี้ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ จนในปัจจุบันเราสามารถให้บริการได้โดยแทบไม่มีรายการยาหรือเวชภัณฑ์ใดๆ ที่ขาดเลย แม้ว่าอาจมียาบางรายการที่มีราคาสูงซึ่งผู้ป่วยอาจต้องหมุนเวียนมา รพ. เพื่อรับยาบ่อยๆ บ้าง หลายสิ่งหลายอย่างที่จำเป็นต้องตัดออก รวมถึงการจ้างพนักงานบริการเพื่อทดแทนคนที่ลาออกไป ส่งผลให้ปัจจุบันเรามีพนักงานบริการทำความสะอาดเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนที่เคยทำงานได้อย่างเพียงพอเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงแนวคิดในการจ้างเหมาบริการทำความสะอาดจากภายนอกซึ่งยังคงเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้


อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเราก็ยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นบ้าง ณ สิ้นเดือน สิงหาคม 69 นี้ เราสามารถพลิกสถานการณ์การเงินเหลือเพียงติดลบประมาณ 26 ล้านบาท และคิดว่าจะสามารถคลี่คลายได้ดีกว่านี้ในอนาคต ในปีนี้เราได้ขอรับการประเมินเพื่อยกระดับเป็น รพ.ศูนย์ และผ่านการประเมินในรอบแรกจากกองบริหารสาธารณสุข (กบรส.) ไปแล้ว ปีงบประมาณ 2570 เราได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินและผู้ป่วยนอก ซึ่งเป็นอาคาร 10 ชั้น มูลค่ารวมกว่า 660 ล้านบาท เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

รพ.เพชรบูรณ์ สามารถกลับมาเปิดดำเนินการสวนหลอดเลือดหัวใจให้กับผู้ป่วยได้และกำลังพัฒนาความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องครับ รวมทั้งการเริ่มต้นของการเป็นสถาบันสมทบในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนักศึกษาพยาบาลของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และเรื่องสุดท้ายที่อยากจะเรียนให้ทราบคือ เราได้รับการจัดสรรที่ดินเพิ่มเติมจำนวน 96 ไร่ ที่อยู่ติดกับศูนย์ราชการเพื่อรองรับส่วนต่อขยายของ รพ.เพชรบูรณ์ ในอนาคต โดยมีความหวังว่าจะสามารถเปิดบริการเพื่อลดการส่งต่อในอนาคตได้ครับ
“สุดท้ายนี้ก็คงต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่านที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมา และไม่เคยย่อท้อในการให้บริการผู้ป่วย และกล่าวคำขอโทษอีกครั้งสำหรับความบกพร่องในการทำหน้าที่ของ รพ. หากมีสิ่งใดที่ท่านไม่ได้รับความสะดวกหรือความไม่สบายใจนะครับ พวกเราจะปรับปรุงแก้ไขและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ของ นพ.กอบชัย เผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาส่งกำลังให้กับคุณหมอและบุคลากรของโรงพยาบาลกันอย่างล้นหลาม อาทิ
-บริหารจากติดลบ 170 ล้านบาท มาเหลือติดลบ 26 ล้านบาทในเวลาหนึ่งปี
-เป็นกำลังใจให้หมอกอบและบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านครับ
-ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรของ รพ. ทุกท่านค่ะ..
ขอบคุณข้อมูลจาก @Kobchai Chirachanchai



