ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่อง การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายในเร็ววัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก และส่งผลให้สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ ยังคงมีความผันผวนอยู่ในระดับสูง

เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 (1) แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และข้อ 3 (1) แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 15/2562 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน จึงออกประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ดังต่อไป

  • ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 0 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี 7 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นครั้งนี้ เป็นมาตรการต่อเนื่อง ในการนำผลประโยชน์ส่วนเกิน จากค่าการกลั่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มวันที่ 16 ก.ย. จะลดราคาทันทีลิตรละ 2.40 บาทหรือไม่นั้น ต้องรอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)  ประชุมติดตามสถานการณ์อีกครั้งว่า จะนำมาลดทันที หรือจะนำมาชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อตรึงราคาต่อไป เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกยังพุ่งอย่างก้าวกระโดด วันที่ 11 ก.ย. ราคาสูงถึง 191.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้บริหารจัดการตามมาตรการต่างๆ โดยยังให้ตรึงราคาไว้ก่อน ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 6 ก.ย. ติดลบแล้ว 83,291 ล้านบาท โดยเป็นการติดลบบัญชีน้ำมัน 43,552 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจี ติดลบ 39,739 ล้านบาท ส่วนยอดล่าสุดต้องรอให้ประกาศวันที่ 14