จากกรณีสะเทือนวงการสงฆ์เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม หลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมสีกาคนสนิท ในข้อหาร่วมกันยักยอกเงินวัดมูลค่ากว่า 92 ล้านบาท ทั้งยังตรวจยึดทรัพย์สินของทั้งคู่รวมกันมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ตลอดจนมีคลิปวิดีโอฉาวความสัมพันธ์ของทั้งสองภายในเขตอารามหลุดว่อนโซเชียลตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ความจริงฝั่งอดีตพระลูกวัดเริ่มปรากฏ เมื่อผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Pro Prom” ซึ่งเป็นอดีตพระภิกษุที่เคยบวชเรียนและรับใช้ใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อน ได้ออกมาโพสต์ข้อความเปิดเผยเบื้องหลังพฤติกรรมของสมีโชติถึง 10 ข้อหลัก ที่แสดงให้เห็นว่าอดีตเจ้าอาวาสรายนี้ไม่ได้ปฏิบัติกิจของสงฆ์และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาโดยตลอด

โดยโพสต์ของ Pro Prom ระบุข้อความทั้งหมดไว้ดังนี้:

จากคนที่เคยบวชที่ “วัดพุทไธศวรรย์ ” ผมเป็นคนที่บวชที่นั่น 10 เดือน และดูแลหลวงปู่หวล “เจ้าอาวาส” อย่างใกล้ชิด ได้เห็นอะไรต่ออะไรมาเยอะเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวัด

สมีโชติ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าไป จนวันที่ผมสึกออกมา
1.ไม่เคยบิณฑบาตเลยซักครั้ง ทั้งที่เป็นหน้าที่หลักของสงฆ์
2.ไม่เคยลงทำวัตรเช้า-เย็น ร่วมกับคณะสงฆ์ซักครั้ง ทั้งที่ก็เป็นหน้าที่หลักของสงฆ์
3.ไม่เคยแสดงความนับถือหลวงปู่หวลและยังไม่ต้อนรับลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงปู่หวลเลย
4.วางตัวเด่นดัง ยึดพื้นที่วัดบางส่วนเป็นพื้นที่ส่วนตัว
5.ยุยงลูกศิษย์ตัวเองให้ต่อต้านศิษย์สายหลวงปู่หวลอย่างเห็นได้ชัด
6.หลังจากสิ้นหลวงปู่ก็ได้ทำการกดดัน ขับไล่พระ และศิษย์หลวงปู่ออกจากวัดจนหมดโดยไม่ไยดี
7.ช่วงเวลาที่สังขารหลวงปู่ยังอยู่ในช่วงจัดงานพิธีศพ ไม่เคยกระทำการใดๆ ให้เห็นว่าเป็นสิ่งเหมาะสมที่เป็นลูกวัดและศรัทธาหลวงปู่เลย และยังกีดกั้นศิษย์คนสนิทหลวงปู่ไม่ให้เข้าไปจัดการในงานพิธีนั้นด้วย
8.”จากปากหลวงปู่” สมีโชติได้มอบปัจจัยในการสร้างมหามณฑบแค่เพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้น ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรหลวงปู่อีกเลย
9.สิ่งปลูกสร้างที่หลวงปู่สร้างไว้ หลายอย่าง โดนทุบออก (อาจด้วยเหตุผลบางอย่าง)
10.สอนให้คนนับถือองค์เทพมากกว่าพระพุทธ ซึ่งตถาคตได้กล่าวไว้ว่า อยู่ในเดรัจฉานวิชชา

และอีกหลายอย่าง ที่ทำให้ผมไม่เคยคิดจะนับถือคนๆ นี้มาตั้งแต่แรก และถึงจะไม่มีเรื่องอุบาทว์แบบนี้ ผมก็ยังไม่คิดจะนับถืออยู่ดี เพราะบุคคลนี้ กระทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นพระเลย ซักนิด องค์พ่อจตุคาม ท่านเป็นเทพที่ดีครับ ศักดิ์สิทธิ์มาก แต่เสียดาย คนที่เอาท่านมาแสวงหาผลประโยชน์ ดันกระทำตัวเลวทรามจนหาที่เอ่ยไม่ได้

ผมมาเอ่ยในนามของ อดีตพระ ที่ดูแลหลวงปู่ใกล้ชิดในกุฏิของท่าน พระที่ปลูกต้นไม้ในสวนป่าที่ลานหน้าวัด พระที่สนองงานหลวงปู่อย่างเต็มความสามารถ ในช่วงเวลาที่ผมบวช ลูกศิษย์หลวงปู่ รู้จักผมดี “ผม ทิดโดม หรือพระโดมที่ทุกคนรู้จัก แผ่นดินวัดพุทไธศวรรย์ได้สูงขึ้นมาแล้ว”

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีประชาชนและศิษยานุศิษย์ของวัดพุทไธศวรรย์เข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเห็นด้วยว่าการจับกุมตัวสมีโชติในครั้งนี้ ถือเป็นการปัดกวาดล้างสิ่งแปดเปื้อนออกจากวัดอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เสียที