สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า ศูนย์ปฏิบัติการด้านการเดินเรือของสหราชอาณาจักร (ยูเคเอ็มทีโอ) รายงานการได้รับรายงานเกี่ยวกับ เหตุวัตถุพุ่งชนเรือลำหนึ่งขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และต้องอพยพลูกเรือ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกเป็นการชั่วคราว เนื่องจากถูกโดรนโจมตี โดยอิรักและซาอุดีอาระเบียระบุว่า โดรนลำดังกล่าวถูกยิงมาจากอิรัก ซึ่งมีกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเคลื่อนไหวอยู่
UKMTO WARNING 134-26 UPDATE 001
— UKMTO Operations Centre (@UK_MTO) September 13, 2026
Click here to view the full product.⤵️https://t.co/vwljd2BjhR#MaritimeSecurity #MarSec pic.twitter.com/5DUun6cZWG
ท่อส่งน้ำมันสายดังกล่าวมีความยาว 1,200 กิโลเมตร พาดผ่านคาบสมุทรอาหรับ และเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงน้ำมันจากตะวันออกกลางสู่ตลาดโลกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยท่อส่งน้ำมันมีศักยภาพลำเลียงน้ำมันราววันละ 4–5 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 4–5% ของปริมาณน้ำมันโลก ช่วยลดผลกระทบจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นจากสงคราม
Iran-Oman understanding does not provide for immediate reopening of Strait of Hormuz, Tasnim reports https://t.co/a0WRvY2aA6 https://t.co/a0WRvY2aA6
— Reuters (@Reuters) September 12, 2026
ด้านอิหร่านยืนยันว่า จะเข้าร่วมการประชุมกับกลุ่มชาติอ่าวอาหรับ ที่โอมาน ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ แต่มองว่า ยังไม่น่าจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ลงนามร่วมกัน ทั้งนี้ อิหร่านต้องการให้สหรัฐยอมรับสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่าน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลวอชิงตันยืนกรานมาตลอดเช่นกัน ว่าไม่มีทางยอมรับ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



