เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่บริเวณถนนพาณิชยการธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาบ้านเรือนร้าว และปัญหาน้ำท่วมขังสะสม โดยมี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. นายวิรัช คงคาเขตร สก. เขตบางกอกใหญ่ นายเจษฎา จันทรประภา ผอ.สำนักการระบายน้ำ ผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า โครงการดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างเดิมที่ออกแบบไว้นานแล้ว ทำให้โครงสร้างเดิมไม่สอดรับกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน ตัวท่อระบายน้ำหลักถูกฝังลึกลงไปจากตลิ่งประมาณ 6 เมตร ประกอบกับคลองมีขนาดแคบ ผู้รับเหมาจึงต้องตั้งนั่งร้านขวางทางน้ำ กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้น้ำระบายได้ช้าจนเกิดน้ำท่วมขังช่วงฝนตกหนัก และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง นอกจากนี้ การก่อสร้างยังล่าช้าสะสมจากช่วงสถานการณ์โควิด-19

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำ 2 ประเด็นหลัก คือ ให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการซ่อมแซมตัวบ้านและหลังคาของชาวบ้านที่เกิดรอยแตกร้าวเสียหายจากการก่อสร้างทันที โดยไม่ต้องรอให้โครงการเสร็จสิ้น พร้อมกำชับให้ผู้รับเหมาเพิ่มจำนวนคนงานเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งรัดการทำงานในคลองที่เหลืออีก 28 จุด จากทั้งหมด 31 จุดในเขตบางกอกใหญ่ ให้เสร็จตามแผนงานโดยเร็ว

สำหรับปัญหาน้ำท่วมขังในหมู่บ้าน พบว่าท่อระบายน้ำเดิมมีขนาดเพียง 30 ซม. ซึ่งเล็กเกินกว่าจะรองรับปริมาณน้ำในปัจจุบัน แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล กทม. จึงมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานได้ทันที ซึ่งจะได้ประสานแนวทางช่วยเหลือต่อไป
“โครงการนี้เป็นงานเดิมที่มีเจตนาดีในการบำบัดน้ำเสีย แต่มีอุปสรรคจริงในการปฏิบัติ ทั้งคลองแคบ ทางเข้าจำกัด และกระทบชุมชน หัวใจสำคัญตอนนี้ คือ กทม. ต้องเร่งดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก พร้อมจัดการระบบระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม และควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุง” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว



