เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากการโพสต์ใน X ของผมเรื่อง “ฮั้ว สว.” จุดประสงค์ผมไม่ต้องการโต้ตอบทางการเมืองแบบ ‘ตีลูกปิงปอง’ ผมเพียงอยากเห็นการทำงานการเมืองอย่างรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนที่เลือกเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร ผมอยากจะบอกว่า “พรรคการเมืองใดทำอะไรไว้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง” อย่าใช้ลีลาทางการเมืองที่แสดงตัวเป็นคนดีย์ เป็นคนคิดดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทย ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เท่ากับเพื่อไทยนั้นผิดมหันต์ โดยกลบเกลื่อนความผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ซึ่งพรรคตัวเองได้ทำไว้ เพียงแค่เอ่ยคำว่า ‘ขอโทษ’ แล้วคิดว่าจะจบปัญหาทุกอย่าง
พรรคเพื่อไทยจะทำอะไรไม่จำเป็นต้องให้พรรคใดมาคอยชี้นำบอกทาง ใครทำอะไร หรือไม่ทำอะไร พรรคนั้น คนนั้น ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง เรื่องที่ผมแสดงข้อคิดเห็นนี้ เป็นประเด็นที่ผมพูดคุยกับตัวแทนพรรคส้ม ก่อนส้มจะตัดสินใจเลือก ‘น้ำเงิน’ ตัวแทนส้มที่ร่วมคุยในวันนั้น มีคุณเท้ง (หัวหน้าพรรค), คุณพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ (รองหัวหน้าพรรคแต่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค), คุณศรายุทธ ใจหลัก (เลขาฯ พรรคขณะนั้น) และคุณไอติม (พริษฐ์ วัชรสินธุ) รองหัวหน้าพรรค ผมได้พูดประเด็นต่างๆ ที่กล่าวไปแล้ว แต่ที่ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพราะ พรรคส้ม ขอให้งดสัมภาษณ์ และขอเวลาตัดสินใจ ซึ่งเราเคารพคำขอร้องของพรรคส้ม จึงได้ทำตามคำขอร้องที่พูดคุยกันในที่ประชุม
ครั้งนั้นผมไปพูดคุยในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย โดยมีผู้เข้าร่วมเจรจาจากฝ่ายเพื่อไทยทั้งรองหัวหน้าพรรคชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค จิราพร สินธุไพร เลขาธิการพรรค สรวงศ์ เทียนทอง ผมถึงบอกว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว และเราได้ชวนคุณเข้าร่วมทำงานการเมืองกับเรา แต่คุณไม่ร่วมมือโดยมีข้อกล่าวหาประกอบการตัดสินใจว่า เราเชื่อถือไม่ได้เพราะเคยตระบัตสัตย์ ผมยังเคยถามกลับว่าถ้าเราเชื่อถือไม่ได้ แล้วพรรคที่คุณเลือกน่าเชื่อถือกว่าเราตรงไหน
หยุดเถิดครับต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คนทุกคน พรรคทุกพรรค ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ ใครต้องการเลือกทำหน้าที่ทางการเมืองอย่างไร คนนั้น พรรคนั้น ต้องเลือกตัดสินใจและทำหน้าที่ของตนอย่างรับผิดชอบ ไม่ต้องมายุ่งก้าวก่ายการตัดสินใจภายในของคนอื่นพรรคอื่น พรรคเพื่อไทยเราเคารพในเสียงของประชาชนที่เลือกมา และเรื่องนี้ ประชาชน คนไทย เป็นผู้พิจารณาและตัดสิน”




