สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ว่าไทยติดอันดับ 4 ของโลก ในดัชนีจุดหมายปลายทางเพื่อการเกษียณอายุ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดย “รูมาวี โกลบอล รีโลเคชัน อินเด็กซ์” (Rumavi Global Relocation Index) โดยไทยมีคะแนนรวม 74.3 จาก 100 คะแนน และรั้งอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากมาเลเซีย ซึ่งครองอันดับ 1 ของโลก
ดัชนีดังกล่าวประเมิน 192 ประเทศและดินแดน ผ่าน 24 ตัวชี้วัด ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การเงินและภาษี คุณภาพชีวิตและสุขภาพ ความปลอดภัยและเสถียรภาพ ตลอดจนความสะดวกในการตั้งถิ่นฐานและโอกาสในการดำเนินชีวิต
สำหรับการจัดอันดับจุดหมายเพื่อการเกษียณอายุ คุณภาพของระบบสาธารณสุขมีน้ำหนักมากที่สุด รองลงมาคือแนวทางจัดเก็บภาษีจากรายได้ในต่างประเทศ ค่าครองชีพ ความปลอดภัยบนท้องถนน และค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ
ไทยมีจุดเด่นด้านความสามารถในการจ่าย ค่าครองชีพ ค่าเงินและระบบธนาคาร โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงระบบสาธารณสุข โดยได้คะแนนด้านความสามารถในการจ่าย 96.9 คะแนน ค่าเงินและระบบธนาคาร 91.8 คะแนน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 89.4 คะแนน
ขณะที่คุณภาพระบบสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการสุขภาพของไทย ได้คะแนนเท่ากันที่ 78 คะแนน สะท้อนความได้เปรียบของประเทศในฐานะทางเลือกสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีระบุว่า ไทยยังมีประเด็นที่ควรพัฒนา โดยเฉพาะด้านหลักนิติธรรม การใช้ภาษาและการเข้าถึงภาษาอังกฤษ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจสำหรับชาวต่างชาติ
ด้านมาเลเซีย ซึ่งได้คะแนนรวม 75.8 คะแนน และครองอันดับ 1 ของโลก มีจุดแข็งจากค่าครองชีพที่ไม่สูง การเข้าถึงบริการสุขภาพ และสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ขณะที่ฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 8 ของโลก ด้วยคะแนน 71.6 คะแนน โดยมีข้อได้เปรียบด้านค่าครองชีพและที่อยู่อาศัย
ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอันดับ ได้แก่ บรูไนในอันดับ 11 กัมพูชาอันดับ 16 สิงคโปร์อันดับ 27 อินโดนีเซียอันดับ 58 เวียดนามอันดับ 76 และลาวอันดับ 91
รูมาวี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐานและการตั้งถิ่นฐานในสิงคโปร์ ระบุด้วยว่า ประเทศที่ไม่มีช่องทางหรือวีซ่าสำหรับผู้เกษียณอายุโดยเฉพาะ จะถูกหักคะแนนในการประเมิน
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า ไทยยังคงมีศักยภาพสูงในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับผู้เกษียณจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจุดแข็งด้านค่าครองชีพ บริการสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แม้ยังต้องเร่งพัฒนาเงื่อนไขด้านกฎหมายและความสะดวกในการใช้ชีวิตของชาวต่างชาติ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



