‘เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก’ หรือ ‘SMR’ (Small Modular Reactor: SMR) กำลังได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกพลังงานสะอาด หลายคนอาจมองว่าด้วยขนาดที่เล็กลง SMR น่าจะติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ในมุมของการกำกับดูแลความปลอดภัย การเลือกพื้นที่ตั้งยังต้องผ่านการคัดกรองอย่างรอบคอบ และต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ยกกรณีศึกษาจากรายงาน SMR Siting Technical Screening Study: Phase 1 เดือนสิงหาคม 2024 ของรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ซึ่งแบ่งการคัดกรองพื้นที่ออกเป็น 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การตัดพื้นที่ที่มีข้อจำกัดออก การใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อหาพื้นที่ที่มีศักยภาพ ไปจนถึงการประเมินปัจจัยต่างๆ ด้วยคะแนน
คัดพื้นที่เสี่ยงออก
ขั้นแรกคือการคัดพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยออก โดยอ้างอิงเกณฑ์จากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น คณะกรรมการกำกับดูแลนิวเคลียร์สหรัฐฯ (U.S. NRC) เกณฑ์ที่นำมาพิจารณาครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของชุมชน เช่น ความหนาแน่นของประชากร และเส้นทางการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้านภัยธรรมชาติจะพิจารณารอยเลื่อนแผ่นดินไหว สภาพทางธรณีวิทยา พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และสภาพอากาศรุนแรง ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคจะดูทั้งแหล่งน้ำสำคัญ พื้นที่อนุรักษ์ ระยะห่างจากสนามบิน และโรงงานอันตราย
จากนั้นจึงใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) นำข้อมูลของแต่ละพื้นที่มาซ้อนทับกัน เพื่อดูภาพรวมของข้อจำกัดและความพร้อม ทั้งแหล่งโบราณคดี พื้นที่ชุ่มน้ำ โครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรม และระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยการศึกษาของเนแบรสกาสามารถคัดกรองจนเหลือ 32 ชุมชนที่มีศักยภาพเบื้องต้น
ให้คะแนนหลายด้าน
เมื่อได้พื้นที่ที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว จะเข้าสู่การประเมินด้วยเมทริกซ์การตัดสินใจเชิงปริมาณ โดยมีความปลอดภัยทางนิวเคลียร์เป็นเกณฑ์ชี้ขาด ขณะเดียวกันยังพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ ได้แก่ ระบบส่งไฟฟ้า 25% ศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ 25% ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม 18% สุขภาพและความปลอดภัย 15% การขอใบอนุญาต 10% และแหล่งน้ำ 7%
รายงานพบว่า พื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอยู่แล้วมักได้คะแนนสูง เพราะมีระบบส่งไฟฟ้า แหล่งน้ำ และระบบเชื่อมต่อโครงข่ายที่พร้อมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้พื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม การติดตั้ง SMR ยังต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ใหม่ทั้งหมด ตามกฎหมายและมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) โดยไม่มีข้อยกเว้น
คัดบนแผนที่ยังไม่พอ
การศึกษาในระยะที่ 1 เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเป็นไปได้ในเบื้องต้น ก่อนที่หน่วยงานกำกับดูแลจะพิจารณาออกใบอนุญาต ผู้พัฒนาโครงการยังต้องศึกษาในพื้นที่จริงเพิ่มเติม ทั้งการเจาะสำรวจทางธรณีเทคนิคอย่างละเอียด การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) การประเมินแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน
สำหรับประเทศไทย ขณะที่หน่วยงานด้านนโยบายและวิจัยกำลังศึกษาความเหมาะสมของเทคโนโลยี SMR สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ระบุว่าได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกรณีที่ประเทศไทยตัดสินใจนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ในอนาคต
‘แพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ’ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสถานที่ การก่อสร้าง ไปจนถึงการเดินเครื่อง จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่รัดกุม โปร่งใส และยึดถือความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นที่ตั้งสูงสุด
ที่มา: Nuclear Engineering, Chulalongkorn University



