สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยโครงการดังกล่าวที่ทำเนียบขาว ร่วมกับผู้บริหารของบริษัทเมซาบี เมทัลลิกส์ ซึ่งเพิ่งเปิดเหมืองแร่เหล็กแห่งใหม่แห่งแรกในรัฐมินนิโซตา ในรอบ 50 ปี ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า การลงทุนในโรงงานแห่งนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 504,345 ล้านบาท)

ประกาศครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ทรัมป์พยายามสร้างความเชื่อมั่นในผลงานด้านเศรษฐกิจ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ท่ามกลางคะแนนนิยมที่ตกต่ำลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา และพรรครีพับลิกันต้องเผชิญกับความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ

โครงการผลิตเหล็กมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ ช่วยให้ทรัมป์มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่น่าจับตามองไว้ใช้หาเสียงกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นในจังหวะที่รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันให้พิสูจน์ว่า นโยบายการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าในวงกว้างนั้น สามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับภาคอุตสาหกรรมได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ

ทรัมป์กล่าวว่า “นี่เป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่มาก” และอุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐกำลังฟื้นตัวกลับมาอย่างคึกคัก

ทำเนียบขาวระบุว่า โรงงานเหล็กในรัฐไอโอวา คาดว่าจะสร้างงานประจำได้อย่างน้อย 1,750 ตำแหน่ง และจะช่วยสร้างงานด้านการก่อสร้างได้มากถึง 6,000 ตำแหน่งในระยะแรก โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตเหล็กได้ในปี 2573

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่า เหตุใดเมซาบีจึงวางแผนสร้างโรงงานเหล็กในรัฐไอโอวา โดยใช้แร่เหล็กที่ขุดจากรัฐมินนิโซตา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS