สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคล 13 ราย ซึ่งอยู่ในรัสเซีย จีน ฮ่องกง และปากีสถาน โดยกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยอิหร่านจัดหาอาวุธและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และผลักดันให้รัฐบาลเตหะรานเข้าสู่การเจรจา เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่ยอมรับการสนับสนุนใด ๆ ต่ออิหร่าน และจะเดินหน้าระบุตัว เปิดโปง และตัดขาดเครือข่ายที่ช่วยเหลือรัฐบาลเตหะราน โดยมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายลดศักยภาพของอิหร่านในการฟื้นฟูโครงการพัฒนาอาวุธ และเพิ่มต้นทุนแก่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการจัดหา
Today, under Operation Economic Outcast, Treasury’s Office of Foreign Assets Control sanctioned 10 individuals and entities in multiple jurisdictions that have procured weapons and weapons components for Iran’s Ministry of Defense and Armed Forces Logistics (MODAFL), the entity…
— Treasury Department (@USTreasury) September 29, 2026
สำหรับผู้ที่ถูกคว่ำบาตรในรอบนี้ รวมถึง นายเซย์เยด อัสการ์ อาลิซาเดห์ ทาบาทาไบ ผู้แทนกระทรวงกลาโหมอิหร่านประจำกรุงปักกิ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าประสานการจัดหาอาวุธสำเร็จรูปและชิ้นส่วนที่ใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือนจากจีน รวมถึงบริษัทคาวอชคอม เอเชีย อาร์ แอนด์ ดี กรุ๊ป และอีซี โมโจ เทคโนโลยี ในฮ่องกง
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทผลิตอากาศยานจากรัสเซีย บริษัทเดินเรือที่ถูกกล่าวหาว่าขนส่งอาวุธให้รัฐบาลรัสเซีย และสายการบินซาฮา แอร์ไลน์ส ของอิหร่าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองทัพอากาศของประเทศด้วย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



