เรื่องนี้ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ความเห็นแย้งในเฟซบุ๊กว่า กล่องเก็บบัตรและกล่องต้นขั้วเก็บไว้ที่เดียวกัน เคเบิลไทของ กกต. นั้นสามารถใช้ไขควงเล็กๆ ดันเปิดได้
ศาลรัฐธรรมนูญมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 400 เขต ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต. คนใดไปเปิดสแกนดู กกต. เป็นผู้บริหารจัดการเลือกตั้ง ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลได้ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ไม่ใช่ไปมอบความเชื่อมั่นให้ กกต. เช่นนี้
สำหรับเหตุผลที่สองที่ว่า หาก กกต. ยึดถือจริงจังว่าการเลือกตั้งโดย “ลับแบบมีเงื่อนไข” เป็นสิ่งที่ทำได้ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแม้จะมีต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ก็อาจจะมี “ลับแบบมีเงื่อนไข” ในจุดอื่นๆ ได้ เลือกตั้งแบบ conditional secret vote นั้น มีใช้แค่ไม่กี่ประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และที่สำคัญคือเขาแยกเก็บบัตรและต้นขั้วอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปิดผนึกหีบต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ไปแล้ว พอขนไปที่เก็บก็เปิดหีบเพื่อยุบรวมหีบกันเองลับหลังประชาชนเหมือนที่ กกต. ทำ
ลับแบบมีเงื่อนไข คือ ย้อนกลับไปผู้เลือกได้ + ศาลควบคุม แต่ของไทย กกต. จัดเก็บเอง ระเบียบจัดเก็บ กกต. ก็ออกเอง เงื่อนไข กกต. ก็กำหนดเอง โดยไม่มีศาลมาควบคุมตรงไหนได้ เมื่อไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยกคำร้องเสียอีก
เมื่อมีประเด็นวิพากษ์เช่นนี้ ก็ทำให้นึกถึงรายงาน สว. เรื่อง “การศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม” เข้าที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ซึ่งหลายคนมีความเห็นว่า อำนาจของ กกต.ผูกขาดล้นฟ้าเกินไป จะเป็นทั้งผู้จัดเลือกตั้ง ผู้ตรวจสอบการเลือกตั้ง ไม่แปลกเหรอจัดเองตรวจสอบตัวเอง ซึ่งวิธีที่จะแก้ไขคือแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เพื่อแบ่งแยกอำนาจ กกต.จากกัน
ความคืบหน้าในเรื่องรัฐธรรมนูญ นายนิกร จำนง รองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ปี 2569 ก่อน 22 ก.ค. ร่างของพรรคภูมิใจไทย ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว แต่ประธานวิปฝ่ายค้านขอให้รอร่างของภาคประชาชนที่เข้าชื่อกันก่อนจะนัดพิจารณา
“ผมคำนวณกรอบระยะเวลา แม้จะดำเนินการขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็แทบจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้น จึงขอให้เร่งดำเนินการ อย่าว่ารัฐบาลไม่ทำตามเสียงประชามติ ตอนนี้มีเวลาในการดำเนินการได้ถึง 22 ธ.ค.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งหากรัฐสภายังไม่สามารถรับหลักการและตั้ง กมธ.ได้ ก็จะเกิดปัญหา ทำให้ต้องรออีก 3 เดือน จนกว่าจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ปี 2570 หวังว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมหลังเดือน ธ.ค. กมธ.จะสามารถพิจารณาไปพลางก่อนได้ และเสนอรัฐสภาลงมติหลังเปิดสมัยประชุม
และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติอีก 100 วัน สรรหา ส.ส.ร. และการรับฟังความเห็นประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกราว 1 ปี ก่อนจัดทำประชามติขั้นสุดท้ายอีก 3 เดือน เมื่อผ่าน ยังจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอีก 6 เดือน.. นายนิกรย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย ต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนไม่ได้ต้องการแก้ไขรายมาตรา แต่ต้องการฉบับใหม่
หากเลือกตั้งยังเป็นกฎเดิมก็มีปัญหาเรื่อยๆ แล้วรัฐธรรมนูญใหม่มีโอกาสไม่ทันในสามปีที่ต้องเลือกตั้งใหม่ เช่นนี้แล้ว จะมี สส.หนุนแก้รายมาตราจัดการเรื่อง กกต.ก่อนหรือไม่ ภูมิใจไทย, สว. สุดท้ายจะเอาด้วยกับรายมาตราหรือเปล่า
วัดใจกันว่า แก้เฉพาะเรื่อง กกต.แยกอำนาจจัดเลือกตั้งกับสอบสวน จะเห็นพ้องสองสภาหรือไม่.



