นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันระบบพร้อมให้ตรวจสอบผลแล้ววันนี้ เร่งแนะผู้ผ่านเกณฑ์รีบยืนยันตัวตน (e-KYC) เพื่อเริ่มใช้สิทธิได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมเปิดช่องทางเยียวยาผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ ดึงเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแอปเป๋าตัง ย้ำรัฐบาลมุ่งบูรณาการข้อมูลเชิงรุกเพื่อจัดสรรสวัสดิการให้เข้าถึงกลุ่มตกหล่นและตรงจุดที่สุด

สาระสำคัญของประกาศกระทรวงการคลัง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 12/2569 (เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569) ซึ่งได้อนุมัติผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิอย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดและขั้นตอนการปฏิบัติตัวที่สำคัญสำหรับประชาชน ดังนี้

1. ภาพรวมการทบทวนสิทธิและการประกาศผล

  • ระยะเวลารับเรื่องอุทธรณ์ที่ผ่านมา: เปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม–31 สิงหาคม 2569
  • จำนวนผู้ยื่นทบทวนสิทธิ: รวมทั้งสิ้น 5.01 ล้านราย
  • ผู้ผ่านคุณสมบัติ (ได้รับสิทธิเพิ่ม): จำนวน 1.75 ล้านราย
  • ยอดรวมผู้ได้รับสิทธิทั้งโครงการ: รวมทั้งสิ้น 11.25 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2.66 ล้านคน เนื่องจากการลงพื้นที่เชิงรุกและการบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกับ พม. และ มท. ทำให้ครอบคลุมกลุ่มตกหล่นและผู้เดือดร้อนจริง)
  • วันประกาศผล: ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป)

2. ช่องทางการตรวจสอบผลการลงทะเบียน (4 ช่องทางหลัก)

ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อและสถานะของตนเองได้ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้:

  1. เว็บไซต์: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือhttps://welfare.mof.go.th
  2. แอปพลิเคชัน: เป๋าตัง
  3. แอปพลิเคชัน: ทางรัฐ
  4. สาขาของหน่วยงานรับลงทะเบียน 5 แห่ง:
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
    • ธนาคารออมสิน
    • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
    • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

3. เงื่อนไขการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการเริ่มใช้สิทธิ

ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบทบทวนสิทธิ จะเริ่มได้รับสิทธิการช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการยืนยันตัวตนดังนี้:

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ (ต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน):
    • ช่องทางออนไลน์: ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ ธนาคารกรุงไทย ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
    • ช่องทางสาขาธนาคาร: ยืนยันตัวตนได้ที่ ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธอส. และธอท. ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569

4. มาตรการรองรับสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองในโครงการฯ ปี 2569 กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือรองรับไว้ ดังนี้:

  • เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)”:
    • วิธีรับสิทธิ: กดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
    • ระยะเวลากดยืนยัน: ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม 2569 (ผู้ยื่นต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการกำหนด)
  • การดูแลระยะยาว: กระทรวงการคลังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในการเชื่อมโยงและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปออกแบบสวัสดิการสังคมแบบลดหลั่นให้เหมาะสมและตรงกับความจำเป็นของประชาชนแต่ละกลุ่มต่อไป

ช่องทางการติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม