เดดไลน์ครบ 72 ชั่วโมงในวันที่ 2 ต.ค. หลัง ชาย เอี่ยมศิริ ซีอีโอ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกมาไลฟ์สดขออภัยผู้โดยสาร และประกาศเร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างราว 5,600 ใบ ให้หมด…การบินไทยฯ จะทำได้ตามที่ประกาศไว้หรือไม่?

วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิจนต้องปิดสนามบิน  ยังเปิดให้เครื่องขึ้นลงได้ตามปกติ แต่ปัญหาอยู่ที่พนักงานภาคพื้นของการบินไทย ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ งานยกกระเป๋า ลากจูงสัมภาระ และขับรถบันไดผู้โดยสารสะดุดทั้งหมด  เจ้าหน้าที่ลานจอดที่ปกติต้องใช้ 45 คน มาได้เพียง 20 คน ขณะที่แรงงานในระบบซึ่งมีอยู่ประมาณ 500 คน ขาดไป 200-300 คน

ผลกระทบลามไปถึงตารางบิน เที่ยวบินราว 330 เที่ยวในช่วง 3 วัน ล่าช้าเกือบทั้งหมด ออกตรงเวลาได้ไม่ถึง 3% บางเที่ยวล่าช้าถึง 30 ชั่วโมง

ล่าสุดการบินไทยฯ แก้ปัญหาด้วยการลดเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 30% และโอนผู้โดยสารไปสายการบินอื่น ขณะที่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ต้องรับมือกับผู้โดยสารจำนวนมาก บางคนถึงกับร้องไห้ เพราะไม่สามารถให้คำตอบได้

ชาย เอี่ยมศิริ ยอมรับว่า บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะรักษากำลังการผลิตได้ประมาณ 80% แต่สถานการณ์จริงต่ำกว่าที่คาด ซีอีโอยืนยันว่าพนักงานไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม การบินไทยจึงใช้รถทหารไปรับพนักงานที่มีทักษะเฉพาะ เสนอค่าตอบแทนพิเศษ และขอกำลังสนับสนุนจากกองทัพอากาศ ไปรษณีย์ไทย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เข้ามาช่วยแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม พนักงานบางส่วนยังห่วงบ้านและทรัพย์สินในพื้นที่น้ำท่วม

ขณะที่ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.  การท่องเที่ยวและกีฬา  เดือดจัด ถึงขั้นประกาศไล่ซีอีโอให้พ้นเก้าอี้ก่อนหมดวาระในเดือนม.ค.  2570 เพราะกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ พร้อมฉายภาพข้อมูลที่สะท้อนมาจากหน่วยงานที่เข้าไปช่วยว่า แม้แต่ข้าวกล่องให้ทหารที่เข้าไปช่วยแยกระเป๋า ก็ไม่มีการดูแล และไม่เห็นท่าทีเดือดร้อนของซีอีโอ

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้โดยสารเมื่อเทียบกับสายการบินอื่น มีการใช้วิธีจัดที่พักให้พนักงาน ไม่ให้เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือระดมพนักงานจากต่างจังหวัดเข้ามาเสริมกำลัง

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม คือการที่การบินไทยเอาต์ซอร์สงานบริการภาคพื้น และยังรับงานให้สายการบินอื่น มีเสียงวิจารณ์ว่า เมื่อเกิดวิกฤติ การพึ่งพาการเอาต์ซอร์สอาจทำให้การควบคุมกำลังคนทำได้ยาก ขณะที่มีข้อสงสัยว่าการบินไทยต้องจัดพนักงานไปดูแลสายการบินอื่นตามภาระสัญญา เพราะกลัวถูกค่าปรับ จนผู้โดยสารของตัวเองต้องรอ

รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญางานบริการภาคพื้นกับ ทอท. ที่มีอายุสัมปทานยาวนาน 35 ปี ว่ามีบทปรับการบินไทย หรือข้อกำหนดรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่  ประเด็นนี้ทั้ง การบินไทยและ ทอท. ยังไม่ได้ชี้แจง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือวิกฤติกำลังคนภาคพื้นทำให้เที่ยวบินล่าช้า สัมภาระตกค้าง และผู้โดยสารจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน การสื่อสารในภาวะวิกฤติ แผนป้องกัน แผนบริหารความเสี่ยง และแผนเผชิญภาวะวิกฤติ สอบตกและล้มเหลวทั้งหมด  ภาพลักษณ์การบริหารจัดการดูแลนักท่องเที่ยวของสายการบินแห่งชาติ ป่นปี้

แม้การบินไทยจะได้รับการปรบมือจากการพ้นวิกฤติล้มละลาย แต่ความเชื่อมั่นในคุณภาพการบริหาร จมมิด

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์”