เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณเคหะคลองจั่น-แยกนิด้า เขตบางกะปิ หลังจากเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชนและผู้ประกอบการจากปราจีนบุรีและอยุธยา เข้ามาเสริมกำลังระดมเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำ รวมถึงท่อซิ่งไทยประดิษฐ์  เร่งช่วยสูบน้ำออกจากชุมชนและถนน หลังระดับน้ำในคลองแสนแสบลดลง ทำให้สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่ระบบคลองได้มากขึ้น

โดยหลักสำคัญในการแก้ปัญหาพื้นที่คลองจั่น คือ การเร่งลดระดับน้ำในคลองแสนแสบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ระดับน้ำในคลองสูง ทำให้เครื่องสูบน้ำในพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเมื่อสูบน้ำออกไปแล้วมีโอกาสไหลย้อนกลับ แต่หลังจากกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบไปทางพระโขนงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำเริ่มลดลงและมีพื้นที่รองรับน้ำมากขึ้น จึงสามารถเร่งสูบน้ำจากเคหะคลองจั่นลงคลองได้

สำหรับการสูบน้ำในพื้นที่เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปรับตำแหน่งและองศาของท่อ พร้อมใช้กระสอบทรายเสริมฐานให้มั่นคง เพื่อให้ปลายท่อสามารถดูดน้ำในจุดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการเดินเครื่องในช่วงแรกพบว่าระดับน้ำลดลงประมาณ 15 ซม. ในเวลาราว 1 ชม. และเมื่อเดินเครื่องพร้อมกัน 2 ชุด จะช่วยเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำได้มากขึ้น ล่าสุด ระดับน้ำลดลงแล้ว 60 ซม.

ทั้งนี้ ภายในเคหะคลองจั่นหลายจุดระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากช่วงแรกที่บางพื้นที่ต้องใช้เรือในการสัญจร ปัจจุบันบางส่วนเริ่มเดินเท้าและใช้รถเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม พื้นที่ด้านในบางจุดยังมีน้ำท่วมลึก จำเป็นต้องเดินเครื่องสูบน้ำต่อเนื่อง และใช้รถขนาดใหญ่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน

จากการลงพื้นที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีเครื่องสูบน้ำกำลังเดินหน้าเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณแฟลตคลองจั่น จำนวน 3 เครื่อง และกำลังทยอยมาสนับสนุนอีกประมาณ 2 เครื่อง โดยยังคงเดินหน้าสูบน้ำอยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ สังเกตได้ว่าบริเวณเกาะฟุตปาธทางถนนด้านหน้าสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือตรงข้ามกับแฟลตคลองจั่น เจ้าหน้าที่ได้มีการทุบฟุตปาธกลางถนนออก เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำออกไปทางแยกนิด้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งด้านหลังจะมีคลองแสนแสบรองรับน้ำอยู่

โดยการควบคุมตัวเครื่องสูบน้ำ จะต้องคอยระวังไม่ให้กะโหลกเครื่องอยู่ตื้นมากเกินไป เพราะอาจดูดเอาขี้โคลนหรือขี้เลนใต้น้ำมาแทน ยิ่งจะเป็นการทำให้ตัวเครื่องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น อาจส่งผลให้ต้องพักเครื่องหรือชะลอระบบเครื่องสักระยะ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังต้องหมั่นตรวจสอบดูบริเวณฝาท่อ หากพบว่ามวลเศษขยะและสิ่งของยังหมุนวนบนฝาท่อ ก็แปลว่าระบบไหลเวียนภายในท่อยังทำงานได้ดี  ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นท่อตันได้ และยังต้องนำเอากระสอบทรายมาวางกั้นแนวรอบฝาท่อไว้อีกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับลงไปในชุมชน

โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ที่กำลังทำหน้าที่อยู่ตรงถนนแยกนิด้านั้น ได้มีเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เป็นผู้เดินเครื่องสูบน้ำหมุนเวียนสลับกัน ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำที่สูบออกมาบนพื้นผิวถนนเฉลี่ยแล้วประมาณ 6,000-7,000 ลิตรต่อนาที โดยหากเทียบเป็นถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร ก็เท่ากับสูบน้ำออกจากบริเวณแฟลตคลองจั่นได้ประมาณ 6–7 ถังใหญ่ 

ส่วนของเครื่องสูบน้ำสีเหลืองขนาดใหญ่ ซึ่งวางเตรียมอยู่นั้นเป็นของกรมชลประทาน เป็นเครื่องสูบน้ำระบบไฮดรอลิกและปั๊มไฮดรอลิก มีขนาดประมาณ 42 นิ้ว หรือสามารถสูบน้ำได้ถึง 1.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทางกรมชลประทานสามารถเดินเครื่องต่อเนื่องกันได้ถึง 24 ชม. คาดว่าจะช่วยลดปริมาณน้ำท่วมบริเวณแฟลตคลองจั่นได้อย่างรวดเร็ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เดินเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่องและนำกระสอบทรายวางกั้นรอบฝาท่อเพื่อเบี่ยงเส้นทางน้ำให้ไหลลงสู่คลองแสนแสบด้านหลังอาคารนิด้า ปรากฏฝนตกลงมาซ้ำ และโดยเฉพาะบริเวณท่าเรือโรงเรียนพร้อมมิตรพิทยาด้านหลังนิด้ามีฝนตกหนัก มวลน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่เอ่อล้นขึ้นมาตรงนอกคันกั้นน้ำเข้าบ้านเรือนประชาชนริมคลองแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สำหรับการเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบ กรุงเทพมหานครได้นำเรือกำลังสูงมาช่วยผลักดันน้ำ โดยจัดวางตามแนวคลองและบริเวณสะพาน เพื่อเพิ่มความเร็วการไหลของน้ำมุ่งหน้าไปยังระบบระบายน้ำและประตูระบายน้ำพระโขนง เมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงน้ำจากถนน ซอย และชุมชนโดยรอบเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์ เป็นอุปกรณ์ประยุกต์ขึ้นจากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ เดิมใช้ในภาคการเกษตร เช่น สูบน้ำเข้านา บ่อปลา และบ่อกุ้ง มาปรับใช้กับการสูบน้ำท่วม โดยท่อมีขนาดประมาณ 15 นิ้ว สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณมาก และเหมาะกับลักษณะพื้นที่เคหะคลองจั่นที่เป็นแอ่งและมีน้ำสะสมในระดับต่ำ.