เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 69 นายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ว่า จากข้อมูลที่ กมธ. ตรวจสอบ พบว่ามีนิติบุคคลมากกว่า 700 ราย ถูกสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. อายัดสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบ มีสินค้าถูกอายัดจำนวนมากกว่า 1 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท สินค้าที่ถูกตรวจสอบมีทั้งเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและเหล็กโครงสร้าง ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญสำหรับการก่อสร้างบ้านและอาคาร รองลงมาเป็นสายไฟฟ้า รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้าดูแลผิว เตาปิ้งย่าง และสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
นายดาชัย ได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการนำเข้าสินค้าเหล่านี้ว่า สามารถผ่านขั้นตอนพิธีการศุลกากรเข้ามาในประเทศได้อย่างไร ก่อนที่ สมอ. จะเข้าตรวจสอบและดำเนินการอายัดสินค้า พร้อมระบุว่า ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางการนำเข้าไปจนถึงการจำหน่ายในประเทศ การนำเข้าสินค้าดังกล่าวอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560
กมธ.ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบว่า การนำเข้าสินค้าจำนวนมากและมีมูลค่าสูงดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่นั้นในระดับสากล การค้าระหว่างประเทศอาจถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการถ่ายเทหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินผ่านรูปแบบธุรกรรมทางการค้าได้ เช่น การสำแดงราคาสินค้าไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่แท้จริง หรือการนำเงินที่ไม่ทราบแหล่งที่มามาหมุนเวียนผ่านธุรกิจนำเข้า เมื่อพบการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในปริมาณและมูลค่าสูงถึงระดับพันล้านบาท จึงเป็นเหตุอันควรสงสัยที่ต้องตรวจสอบว่า กระบวนการค้าระหว่างประเทศถูกนำมาใช้แฝงการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายหรือไม่
นายดาชัย กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ จะมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ในการนำเข้าสินค้า การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง หรือ Ultimate Beneficial Owner รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ทั้งในคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการและคดีที่สิ้นสุดแล้ว
การดำเนินการของ กมธ. เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบเส้นทางการเงินเท่านั้น ไม่ใช่การกล่าวหาหรือชี้ขาดว่าบริษัทหรือนิติบุคคลรายใดกระทำความผิด และจะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานที่กำลังดำเนินคดีหลัก ทั้งนี้ กมธ.ได้เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมอ. และกรมศุลกากร รวมถึงผู้บริหารหรือผู้แทนที่มีอำนาจตัดสินใจของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำเอกสารหลักฐานมาประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ที่อาคารรัฐสภา หากพบเส้นทางการเงินหรือธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ จะส่งต่อและประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงาน ปปง. สมอ. และกรมศุลกากร เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
นายดาชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังเตรียมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อป้องกันไม่ให้การนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดทางการเงิน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตนำเอกสารและข้อมูลมาชี้แจง เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจน.



