นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี (ITD) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) กำลังเป็นกระแสที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่จับตาในระดับสากล ไอทีดีจึงได้ จัดโครงการ SHE Commerce Bootcamp 2026 : Beyond SHE – Empowering Every Entrepreneur for ASEAN เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสตรีและกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศของไทย ให้พร้อมรับเทรนด์การค้ายุคใหม่ โดยมุ่งขยายตลาดทั้งในประเทศและรุกหนักในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะตลาดที่มีกำลังซื้อสูงอย่างสิงคโปร์ ตลอดจนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ปัจจุบันสัดส่วนผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิงในประเทศไทยมีเกือบ 30% หรือคิดเป็นจำนวนราว 3 แสนราย ขณะที่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งยุโรป มีสัดส่วนสูงกว่า 46% สะท้อนว่าธุรกิจกลุ่มนี้ของไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการสตรีและ LGBTQ+ ให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง

ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

ข้อมูลงานวิจัย “Love Wins Marketing” โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มหลากหลายทางเพศกว่า 5.9 ล้านคน ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ใหม่ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 152,000 ล้านบาท และดัน GDP เติบโตขึ้น 0.3%

ขณะเดียวกัน ในระดับโลกมีประชากรกลุ่มหลากหลายทางเพศสูงถึง 371 ล้านคน คิดเป็นอำนาจการซื้อและมูลค่าการใช้จ่ายทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นตลาดเป้าหมายขนาดใหญ่ที่สร้างโอกาสมหาศาลให้กับภาคธุรกิจไทยที่พร้อมปรับตัว

ดัน 10 แบรนด์รุกตลาด

สำหรับโครงการนี้มีผู้ประกอบการให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 300 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ผ้าไทย, สินค้าไลฟ์สไตล์, ร้านอาหารอีสาน, สินค้าเกษตรแปรรูป, อาหารและเครื่องปรุงรส, ขนมเพื่อสุขภาพสำหรับเด็ก, เครื่องดื่ม และสุกี้ โดยมี 10 แบรนด์ตัวอย่างที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ อาทิ:

  • แบรนด์เป็นลาว
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านไร่รุ้งตะวัน
  • แบรนด์น้ำปลาร้าสโลชา
  • บริษัท ดีไซน์ฟอร์พูกิตไลฟ์ จำกัด
  • แบรนด์ภิรมย์
  • แบรนด์สุกี้พรศิริ

เสริมแกร่ง AI และดิจิทัล

ไอทีดีได้นำผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการอบรมเชิงลึก นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ พร้อมเปิดโอกาสให้ฝึกฝนทักษะการนำเสนอสินค้า (Pitching) การสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และผลักดันให้แบรนด์ไทยก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดอาเซียนอย่างยั่งยืน