สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรายังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายอำเภอมีน้ำท่วมขัง ประชาชนหลายพันรายต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนออกจากจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาคประชาชนจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล โดยนายณฐฤทธ์ หนุนพระเดช หรือ “ท็อป” แอดมินเพจ “เรารักแปดริ้ว” และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ร่วมกับนายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ “น้องธีร์” อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ พัฒนาแพลตฟอร์ม “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป” https://chachoengsao-flood.vercel.app เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ไว้บนแผนที่เดียว

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้ประชาชนรายงานสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ทั้งระดับน้ำ จุดน้ำท่วม พร้อมแนบภาพและระบุเวลาของข้อมูล รวมถึงเชื่อมต่อภาพจากกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ได้จากข้อมูลในพื้นที่จริง
ทีมพัฒนายังเตรียมต่อยอดให้ประชาชนสามารถปักหมุดขอความช่วยเหลือ และส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็วและตรงจุด โดยหลังเปิดใช้งานประมาณ 3 วัน มีประชาชนเข้ามาใช้งานและกดรายงานสถานการณ์แล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

นายณฐฤทธ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานกู้ภัย ทำให้เห็นว่าช่วงเกิดภัยพิบัติ ข้อมูลจำนวนมากมักกระจายอยู่ตามกลุ่มแชตและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้ประสบภัยกับผู้ที่พร้อมเข้าช่วยเหลืออาจเข้าถึงข้อมูลไม่ตรงกัน จึงต้องการสร้างศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติที่รวบรวมข้อมูลจากประชาชน อาสาสมัคร และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในจุดเดียว
ขณะที่ “น้องธีร์” เปิดเผยว่า ได้พบกับนายณฐฤทธ์ ขณะไปเป็นจิตอาสาแพ็กสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยที่จุดรับบริจาค ก่อนพูดคุยและเสนอตัวเข้าร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาเว็บไซต์ที่มี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการพัฒนาระบบเบื้องต้นจนสามารถนำมาใช้งานได้

น้องธีร์ ยังมีประสบการณ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันหุ่นยนต์และนวัตกรรมที่ไต้หวัน ก่อนผ่านเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกที่สหรัฐอเมริกา และทำผลงานติดอันดับท็อป 6
น้องธีร์ ระบุว่า แม้ตนเองจะเป็นเพียงนักเรียน แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติทุกคนสามารถช่วยเหลือกันได้ และหากความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับชุมชนได้ ก็พร้อมทำอย่างเต็มที่ เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน “ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิตคนหนึ่งคน”
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลพุทธโสธรได้ประกาศขอรับบริจาคกระสอบทรายหลายพันถุง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.



