เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีภารกิจและปัญหาหลายด้านที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งเรื่องบุคลากร นักเรียน และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งจำเป็นต้องทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาในภาพรวม  ปัญหาด้านการศึกษามีความเชื่อมโยงกันหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการแก้ไข ตนจึงให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม และพร้อมประสานความร่วมมือกับผู้บริหารระดับกระทรวง รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะพยายามลดความเห็นต่างและมุ่งหาจุดร่วม เพื่อผลักดันนโยบายของ ศธ. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า  ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายของ ศธ. โดยเฉพาะประเด็นที่ได้รับมอบหมายจากรมว.ศึกษาธิการ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย  ซึ่งเร็วๆนี้ตนจะมีคำสั่งแต่งตั้งและเรียกประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ชุดโดยเร็ว เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินงานและจัดลำดับความสำคัญว่าเรื่องใดต้องเร่งดำเนินการ เรื่องใดสามารถวางแผนระยะต่อไปได้ สำหรับคณะทำงานของตนนั้นจะมีทั้งคณะทำงานด้านหลักสูตร โรงเรียนขนาดเล็ก เทคโนโลยีสารสนเทศ  เป็นต้น แต่ในขณะนี้เรื่องเร่งด่วนที่รมว.ศธ.ฝากคือ สถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันประคับประคองสถานการณ์ให้คลี่คลาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสพฐ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลนักเรียน ครู และสถานศึกษาให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ต่อข้อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ไม่ได้เติบโตมาจากสายงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นายธนู กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลกับเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงานใด ตนพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งในฐานะผู้บริหาร สิ่งสำคัญคือการเปิดใจทำงานร่วมกับบุคลากรที่มีความหลากหลาย พร้อมนำประสบการณ์จากการทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร โดยจะมุ่งทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์