สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (สดย.ท.) รับฟังและรวบรวมปัญหาด้านการกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ก่อนนำประเด็นปัญหาด้านสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เข้าหารือกับฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล เพื่อสะท้อนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา และผู้กู้ยืม

ในการหารือดังกล่าว นายอนิก พลทัตพชระ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมผลักดันและนำประเด็นปัญหาดังกล่าวเข้าสู่การหารือกับ ส.ส. (พี่อีฟ) และ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ “พี่ลูกแบด” เพื่อส่งต่อเสียงสะท้อนและข้อเสนอจากเด็กและเยาวชนไปยังฝ่ายบริหาร พร้อมขอให้เร่งพิจารณาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของ กยศ. ส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,206,477,900 บาท ให้แก่ กยศ. เพื่อสนับสนุนการให้กู้ยืมสำหรับค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพแก่ผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง (Edu Nakorn Sawan)

การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีขึ้นหลัง กยศ. ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และอาจมีเงินไม่เพียงพอสำหรับการโอนจ่ายให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 141,838 ราย โดยงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การจ่ายเงินกู้ยืมดำเนินต่อเนื่องจนสิ้นปีงบประมาณ (Edu Nakorn Sawan)

สำหรับ สดย.ท. การดำเนินงานในประเด็นนี้เริ่มต้นจากการรับฟังปัญหาและข้อกังวลของเด็กและเยาวชน ก่อนนำประเด็นเข้าสู่กระบวนการหารือกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันให้ปัญหาถูกนำไปพิจารณาในระดับนโยบาย

นายอนิก พลทัตพชระ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของสภาเด็กและเยาวชนไม่ควรหยุดอยู่เพียงการรับฟังความคิดเห็น แต่ต้องสามารถนำเสียงของเด็กและเยาวชนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาได้จริง โดยเฉพาะประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชน

“สิ่งสำคัญคือเมื่อเด็กและเยาวชนสะท้อนปัญหาแล้ว ปัญหานั้นต้องถูกส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจ และนำไปสู่การแก้ไขในระดับที่เป็นรูปธรรม กรณี กยศ. เราต้องการให้เด็กและเยาวชนมั่นใจว่าเสียงของพวกเขาไม่ได้จบอยู่แค่ในวงสนทนา แต่สามารถถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำงานของภาครัฐได้”

การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญในการแก้ไขข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของ กยศ. โดยรัฐบาลระบุว่าเป้าหมายสำคัญคือให้การโอนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพแก่ผู้กู้ยืมดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาสามารถเรียนต่อได้อย่างต่อเนื่อง (Edu Nakorn Sawan)

จากเสียงสะท้อนของเยาวชน สู่การหารือกับผู้เกี่ยวข้อง และต่อยอดสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย นี่คืออีกหนึ่งบทบาทของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยในการทำให้เสียงของเยาวชนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาของประเทศ