เมื่อวันที่ 1 ต.ค. สถานการณ์น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักและพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนว่า เขื่อนพระราม 6 จะเพิ่มการระบายน้ำเป็นประมาณ 700–800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 1–3 ต.ค.นี้ ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักบริเวณท้ายเขื่อนอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1–1.5 เมตร

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อ.ท่าเรือ, อ.นครหลวง, อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะหัน เนื่องจากคลองระพีพัฒน์และคลองนครหลวงมีปริมาณน้ำเต็มความจุ 100% จึงมีข้อจำกัดในการรับน้ำเพิ่มเติม โดยปัจจุบัน อ.ท่าเรือ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วประมาณ 2,234 ครัวเรือน ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ต.ค. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เตรียมปล่อยมวลน้ำเพิ่มเติมอีกประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6

นายเมธัส พิริยะสถิต รองนายกเทศมนตรีตำบลท่าเรือ และตัวแทนชาวบ้านชุมชนวัดสะตือ เปิดเผยว่า แม้ระดับน้ำหน้าเขื่อนจะลดลงจากการเร่งพร่องน้ำ แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำจากต้นน้ำยังไหลเข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฝนตกสะสม ทำให้ระดับน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนริมน้ำอย่างรวดเร็ว ทางเทศบาลจึงได้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข้อปฏิบัติรับมือสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง:

ขนย้ายสิ่งของ: ยกทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของมีค่าขึ้นไว้บนที่สูงทันที

เคลื่อนย้ายยานพาหนะ: นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดในพื้นที่ปลอดภัย

ดูแลกลุ่มเปราะบาง: เตรียมแผนอพยพและดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสาร: เฝ้าระวังประกาศเตือนภัยจากจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานชลประทานอย่างใกล้ชิด