นายศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า  ดีป้าได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ไตรมาส 3 ประจำปี 2569 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม  โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 51.4 เพิ่มขึ้นจาก 48.4 ในไตรมาสก่อนหน้า และกลับมาอยู่ในระดับ ‘เชื่อมั่น’ ในรอบ 5 ไตรมาส โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบย่อย ได้แก่ ปัจจัยด้านผลประกอบการ ปริมาณการผลิต/การค้า/การบริการ/คำสั่งซื้อ โครงการที่ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร/คู่ค้า การลงทุนเพื่อประกอบการ และต้นทุนประกอบการ ขณะที่ปัจจัยด้านการจ้างงานปรับตัวลดลง

เมื่อดูรายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า ไตรมาส 3/2569 นั้น 4 กลุ่มอุตสาหกรรมมีดัชนีความเชื่อมั่นฯ เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ อยู่ที่ระดับ 50.2 กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อยู่ที่ระดับ 56.5 กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล อยู่ที่ระดับ 52.8กลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อยู่ที่ระดับ 53.3 ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ มีความเชื่อมั่นฯ ลดลง โดยอยู่ที่ระดับ 44.4

นายศุภกร กล่าวต่อว่า  ผู้ประกอบการยังมองเห็นทิศทางอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า ในอนาคต 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 52.4 ซึ่งประเมินว่าจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของอุปสงค์ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในช่วงปลายปี โดยภาคเอกชนจะเร่งเบิกจ่ายตามปีปฏิทินและเจรจาสัญญาสำหรับปีถัดไป ขณะที่ภาครัฐเริ่มทำสัญญาสำหรับการดำเนินการในช่วงต้นของปีงบประมาณ ประกอบกับแรงส่งของการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไฮ ซีซั่น แต่สถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกหนักสะสมปกคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทยอาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการตัดสินใจทางธุรกิจของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดิจิทัลในระยะสั้น

“ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยหวังให้ภาครัฐดำเนินมาตรการทางภาษีอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนด้านแรงงานและกระตุ้นการพัฒนาทักษะบุคลากร ควบคู่ไปกับการเร่งผลักดันอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างเกมและดิจิทัลคอนเทนต์ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วน โลเคิล คอนเทนต์ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและบริการดิจิทัลไทยในตลาดโลก ตลอดจนสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่วนรวม เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่”  นายศุภกร กล่าว