เบอร์เกอร์ปลาหนึ่งชิ้นอาจเป็นอาหารที่เด็กๆ คุ้นเคย แต่ครั้งนี้เบอร์เกอร์ที่อยู่ตรงหน้านักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณี (ศิริพรรณพิทยา) ตำบลบางจาน อำเภอเมืองเพชรบุรี มีเรื่องราวมากกว่านั้น เพราะวัตถุดิบที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีนำมาสาธิต คือ “ปลาหมอคางดำ” สัตว์น้ำต่างถิ่นที่กำลังถูกเร่งควบคุมจำนวนในหลายพื้นที่

จากปลาที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาของแหล่งน้ำ เด็กๆ ได้เห็นอีกด้านว่า เมื่อจับขึ้นมาแล้ว ปลาหมอคางดำสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะทำเป็นแฮมเบอร์เกอร์ปลา ทอดมัน หรือน้ำพริกแจ่วบอง เปลี่ยนปลาที่ต้องกำจัดออกจากระบบนิเวศให้กลายเป็นอาหารที่อยู่ใกล้ตัว

แต่บทเรียนนอกห้องเรียนวันนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่อาหารบนจาน เด็กๆ ยังได้ลงมือปั้นก้อนจุลินทรีย์ หรือ EM Ball จำนวน 1,200 ก้อน เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน เป็นอีกกิจกรรมที่ทำให้เรื่องการดูแลทรัพยากรน้ำซึ่งอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาได้สัมผัสและลงมือทำด้วยตัวเอง

นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การปั้น EM Ball ควบคู่กับการสาธิตเมนูจากปลาหมอคางดำ มีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนเข้าใจทั้งเรื่องการดูแลแหล่งน้ำและการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ เพราะการควบคุมปลาชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องจบลงเพียงการจับออกจากแหล่งน้ำ แต่ปลาที่จับได้ยังสามารถนำไปใช้ต่อได้หลายรูปแบบ

หนึ่งในวิธีการใช้ประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่เพชรบุรี คือ การนำปลาหมอคางดำไปใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงปลากะพง ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ทำให้เด็กๆ ได้เห็นความเชื่อมโยงจากปลาที่จับออกจากธรรมชาติไปสู่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร

เส้นทางของปลาหมอคางดำยังไปได้ไกลกว่านั้น เพราะนอกจากนำมาทำอาหารสำหรับคนและใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงสัตว์น้ำแล้ว ปลาที่จับได้ยังสามารถนำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ ใช้บำรุงดินและพืช เพื่อลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีในภาคการเกษตรได้อีกทางหนึ่ง

บทเรียนนอกห้องเรียนของเด็กๆ โรงเรียนวัดโพธิ์ทัยมณีจึงเริ่มจากเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้น ก่อนพาไปถึงบ่อปลากะพง แหล่งน้ำของชุมชน และแปลงเกษตร ทำให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า ปลาหมอคางดำที่จับขึ้นมาแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้หลายทาง — คนกินได้ สัตว์กินได้ และนำกลับไปช่วยพืชได้

การเพิ่มช่องทางใช้ประโยชน์จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้มีการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการควบคุมและลดจำนวนประชากรปลาในธรรมชาติ ขณะที่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ว่า การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมบางครั้งอาจเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว ตั้งแต่อาหารหนึ่งมื้อ ไปจนถึงการลงมือดูแลแหล่งน้ำของชุมชนด้วยตัวเอง