สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า คำเตือนดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อยุโรป ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อดึงราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐให้ลดต่ำลง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.

รอยเตอร์สเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งต่อฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐมองว่า ทั้งสองชาติยังไม่ได้ดำเนินการตามคำมั่นสัญญาเดิมอย่างเต็มที่ ในการระบายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำรองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า คำเตือนนี้ถือเป็นผลประโยชน์สูงสุดของยุโรปที่จะร่วมมือกับสหรัฐ ในขณะที่รัฐบาลวอชิงตันดำเนินแนวทางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

แหล่งข่าวรายที่ 2 ซึ่งประจำอยู่ในเมืองหลวงของประเทศในยุโรปกล่าวว่า สหรัฐได้ขอให้สหภาพยุโรป (อียู) ระบายน้ำมันดีเซลสำรองจำนวน 120 ล้านบาร์เรลออกมาในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

เมื่อวันพุธ (30 ต.ค.) นายคริส ไรท์ รมว.พลังงานสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐคาดว่าจะมีการประกาศจากยุโรปในเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดีเซลชุดใหม่ โดยระบุว่า สหรัฐสูญเสียปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากตะวันออกกลางไปบางส่วน แม้จะกำลังกู้คืนส่วนดังกล่าวกลับมาได้แล้วก็ตาม

นอกจากนั้น ไรท์เสริมว่า สหรัฐยังสูญเสียการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีนอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS