เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงโต้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ว่า ท่านผู้ว่าฯ ไม่ควรตอบเลี่ยงๆ แบบเหมารวมกับบึงรับน้ำอื่น ตอบให้ตรงครับ บึงรับน้ำคู้บอน พื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ 130 ไร่ พร้อมแล้วที่จะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนก่อนท่านมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ในปี 2565 แต่ท่านยกเลิกโครงการ ไม่ยอมเวนคืนที่ดิน และไม่ใส่ในร่างผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เพราะอะไร
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในเอกสารแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในอดีต มีข้อความค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบึงคู้บอน 254 ล้านบาท ซึ่งท่านผู้ว่าฯ เลือกที่จะยุติโครงการไปแล้ว แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาตอบในวันนี้ ปี 2569 ว่าบึงคู้บอนและบึงบางชันต้องใช้ 11,000 ล้าน ท่านตอบแบบเลี่ยงๆ และเหมาเอาบึงบางชันมารวมด้วย
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ตนติดตามเรื่องบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2564 และได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า ปี 60 ผลประชาพิจารณ์ชาวบ้านเห็นด้วยให้ทำบึงรับน้ำคู้บอน ต่อมาปี 2562 มีเอกสาร กทม. ระบุว่าโครงการผ่านการรับฟังความคิดเห็นและผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 ก.ย. 2562 และมีแบบภาพจำลองบึงรับน้ำแล้ว รวมถึงมีร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืน และปิดประกาศ ณ สถานที่ตั้งโครงการตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2564
ต่อมาปี 2565 ในเอกสารแผนปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กทม.โครงการบึงรับน้ำคู้บอนก็ยังอยู่ จนกระทั่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงกลางปี 2565 โครงการก็ถูกยุติลง
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ดินบางส่วนในบึงรับน้ำคู้บอนที่ตกเป็นของบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ นั้น บริษัทไม่ได้ทำผิดอะไรจากการเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ท่านผู้ว่าฯ ตัดสินใจพับโครงการด้วยความเกรงใจที่ปรึกษาของท่านหรือไม่ เพราะก่อนเข้ามาร่วมทีมชัชชาติ ที่ปรึกษาคนดังกล่าวยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทเสนาฯ ซึ่งปัจจุบันก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่
ทั้งนี้ ตนเคยยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสภาสมัยที่ 26 และยืนยันว่า เป้าหมายไม่ใช่การเรียกร้องให้นายชัชชาติลาออก แต่ต้องการให้ กทม. ทบทวนและนำบึงรับน้ำคู้บอนกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังโครงการเดิมเคยวางให้ทำงานควบคู่กับอุโมงค์ยักษ์หนองบอน เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก แต่วันนี้ กทม. จะเดินหน้าเฉพาะอุโมงค์เท่านั้น
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า สำหรับร่างผังเมือง กทม. ปี 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึง วันที่ 9 พ.ย. 2569 นั้น ไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอนอยู่ในร่างผังเมือง จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่ดังกล่าวไม่ถูกสงวนไว้ในผังเมือง อาจส่งผลต่อการรักษาพื้นที่ไว้รองรับน้ำในอนาคต
ด้าน น.ส.ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ กล่าวว่า ชาวบ้านเรียกร้องให้สร้างบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อพักน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชน หลังพื้นที่ริมคลองคู้บอน คลองสามวา และคันนายาว เผชิญน้ำท่วมสูงในปี 2554 ชาวบ้านในพื้นที่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ไม่ได้คัดค้านโครงการ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมประชุมกับนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง และร่วมกับสภาผู้บริโภคหารือเรื่องบึงรับน้ำและผังเมืองกับ กทม. กระทั่งการหารือกับนายวิศณุ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2567 ได้รับข้อมูลว่า กทม. จะไม่สร้างบึงคู้บอนและบางชัน แต่จะใช้ระบบอุโมงค์ระบายน้ำแทน ย้ำว่าชาวบ้านได้สนับสนุนการสร้างอุโมงค์ แต่ต้องการให้มีบึงรับน้ำคู้บอนควบคู่กันด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่พักน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ.



