สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่าข้อมูลจากแวดวงในอุตสาหกรรมระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือน ต.ค. เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งต้องการรักษาปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจยิ่งทำให้ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน เผชิญภาวะตึงตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เคยจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิง เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา หลังสงครามในอิหร่านกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ก่อนผ่อนคลายมาตรการในเดือน ก.ค.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังไม่อนุมัติให้โรงกลั่นรายใหญ่ส่งออกน้ำมันดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยานไปยังตลาดอื่น นอกเหนือจากฮ่องกงและมาเก๊า
นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าจีนจะกลับมาอนุญาตการส่งออกหลังวันหยุดยาวสิ้นสุดในวันที่ 7 ต.ค. หรือไม่ โดยอาจขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันสำรองและกำลังการกลั่นภายในประเทศ
Chinese refiners suspend October fuel exports to bolster stocks, sources say https://t.co/QrsxZoSF98 https://t.co/QrsxZoSF98
— Reuters (@Reuters) October 1, 2026
ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่า การระงับส่งออกสะท้อนว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศมากกว่าตลาดต่างประเทศ และคาดว่าการขาดหายไปของน้ำมันส่งออกจากจีนจะหนุนราคาน้ำมันดีเซลในเอเชีย โดยส่วนต่างราคาสัญญาดีเซลเดือน ต.ค.-พ.ย. พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์ของจีนลดลง โดยสต๊อกก๊าซโซลีนและดีเซลยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามประมาณ 9 ล้านบาร์เรล และ 20 ล้านบาร์เรลตามลำดับ
สำหรับเดือน ก.ย. จีนส่งออกน้ำมันดีเซลประมาณ 1.4 ล้านตัน น้ำมันเบนซิน 500,000 ตัน และเชื้อเพลิงอากาศยานอย่างน้อย 2 ล้านตัน ลดลงจากสถิติเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



