เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังมวลน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยที่วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง มวลน้ำได้ลอดใต้เขื่อนและผุดเข้าบริเวณด้านข้างบ่อเต่าภายในวัด ส่งผลให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร และเกือบเต็มพื้นที่วัด

ทางวัดได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ แต่ไม่สามารถสูบน้ำได้ทันกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา ส่งผลให้พระ เณร และแม่ชี ต้องเดินลุยน้ำภายในวัด พร้อมช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญขึ้นไปไว้บนชั้น 2 เพื่อป้องกันความเสียหาย

พระปลัดอุดร รองเจ้าอาวาสวัดต้นสน เปิดเผยว่า น้ำเริ่มผุดเข้ามาภายในวัดตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา แม้ทางวัดจะใช้เครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง เร่งระบาย แต่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามามีมากจนสูบไม่ทัน ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เกือบทั้งหมด ขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 20-30 เซนติเมตร และเริ่มสร้างความกังวลให้กับทางวัด

เบื้องต้นเทศบาลเมืองอ่างทองเตรียมเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขยายวงกว้าง พร้อมเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่วัดภายในวันนี้

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.อ่างทอง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ อ.ไชโย อ.ป่าโมก และ อ.เมืองอ่างทอง คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 20-30 เซนติเมตร ส่วน อ.วิเศษชัยชาญ และ อ.โพธิ์ทอง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร

ล่าสุดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 8.93 เมตร ขณะที่จุดวิกฤติอยู่ที่ระดับ 8 เมตร และระดับตลิ่งซึ่งมีเขื่อนกั้นน้ำอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดดังกล่าวประมาณ 2,393 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา.