เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่
นายกรณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลคือเร่งออกมาตรการสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารออมสินที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐในการช่วยเหลือประชาชน หากประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้ ก็จะกลับเข้าไปสู่วงจรการเป็นลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อน้ำท่วมปี 2554
อยากให้รัฐบาลพิจารณาปล่อยวงเงินสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ระยะเวลา 2 ปี ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตและโซนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม โดยอาจจะกำหนด 3-6 เดือนแรกปลอดดอกเบี้ย ที่เหลืออัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 7% ต่อปี เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับเริ่มต้นประกอบอาชีพอีกครั้ง แค่นี้ประชาชนก็มีทางรอดและสามารถอยู่ได้ ซึ่งการออกมาตรการเช่นนี้จะช่วยให้ประชาชนไม่หลุดเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์กับดอกเบี้ยนอกระบบ
นางการดี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ อยากวิงวอนรัฐบาลช่วยเร่งเยียวยาเครื่องมือทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็ก เพราะพบว่าตลาดและย่านการค้าขายสำคัญของชุมชนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เศรษฐกิจฐานรากหยุดชะงัก และเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ รัฐบาลไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะมีฐานข้อมูลร้านค้าที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่ง และไทยช่วยไทยพลัสอยู่แล้ว ซึ่งมีมากกว่า 1.09 ล้านราย รัฐบาลควรนำฐานข้อมูลนี้มาคัดกรองร้านค้าในพื้นที่ประสบภัย และเปิดเป็นช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อ โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ขณะเดียวกันต้องเปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าว ยื่นขอผ่านธนาคารได้โดยตรงด้วย
นางการดี กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรเร่งประกาศหลักเกณฑ์การเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่มีประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ว่าจะใช้วิธีจ่ายเงินในอัตราเดียวกันทุกครัวเรือน หรือพิจารณาตามระดับความเสียหายจริง รวมถึงแนวทางชดเชยความเสียหายของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินและเครื่องมือประกอบอาชีพที่สำคัญของประชาชน

ขณะที่ นายตรีรัตน์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอทวงสัญญาที่พรรคภูมิใจไทยเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ว่าจะตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบ AI จะตรวจจับข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยา 100,000 บาททันทีต่อครัวเรือน เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะพูดแล้วทำตามที่เคยประกาศไว้กับประชาชนได้จริงหรือไม่ หรือคำสัญญาดังกล่าว เป็นเพียงเทคนิคและวาทกรรมการหาเสียง
เมื่อถามว่าในการเยียวยาแรงงานพลัดถิ่นและมาเช่าที่พักอาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จะสามารถเยียวยาให้ครอบคลุมได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่การเยียวยามักให้กับผู้มีทะเบียนบ้าน นายกรณ์ กล่าวว่า นี่คือตัวอย่างรายละเอียดที่รัฐบาลจะต้องให้โดยเร็ว แม้เราไปอ่านเงื่อนไขตามโครงการสัญญาภัยพิบัติที่รัฐบาลได้เริ่มประยุกต์ใช้เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ก็ยังขาดความชัดเจนว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการชดเชยในกรณีไหน อย่างไรบ้าง เช่น มีความแตกต่างอย่างไรระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านพื้นดิน กับประชาชนที่อยู่บนแฟลต ตัวบ้านอาจไม่ได้รับความเดือดร้อน และความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ซึ่งในกรณีแบบนี้จะได้รับการเยียวยาอย่างไร รวมถึงประชาชนที่เช่าพื้นที่อาศัยอยู่
“ทุกคนควรได้รับการดูแลด้วย เราได้รับผลกระทบและความเสียหายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าการเยียวยาผูกติดอยู่กับการเป็นเจ้าของบ้านเรือน อาคาร ผูกติดอยู่กับสำมะโนครัว หรือว่าหลักฐานการเป็นเจ้าของสถานที่ ผมคิดว่ามันก็จะเป็นปัญหาเวลาเราดูแลความเสียหายจริง ๆ เจตนาที่แท้จริงคืออะไร เจตนาที่แท้จริงคือ เราต้องการดูแลคน ไม่ใช่ดูแลอาคาร เพราะฉะนั้นถ้าคนเดือดร้อนเราควรที่จะมีวิธีช่วยเหลือเยียวยาไปที่ตัวคน” นายกรณ์ กล่าว.



